เมล็ดกาแฟ ยี่ห้อไหนดี

สุดยอด เมล็ดกาแฟ ยี่ห้อไหนดี 5 ยอดดอย รสกลมกล่อม หอมละมุน ปี 2021

ปัจจุบันกาแฟนั้นถือเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นกาแฟคั่วบด กาแฟ 3 in 1 กาแฟกระป๋อง หรือแม้แต่กาแฟสกัดเย็น และหากพูดถึงกาแฟแล้วแน่นอนว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่ชื่นชอบในรสชาติและคุณประโยชน์ของกาแฟชนิดที่เรียกว่าแทบขาดไม่ได้กันเลยทีเดียว  แล้วเมล็ดกาแฟ ยี่ห้อไหนดี น่าลองบ้าง

ดังนั้นในวันนี้บทความของเราจะพาคุณไปรู้จักข้อมูลความรู้เกี่ยวกับ เมล็ดกาแฟ และรีวิวเมล็ดกาแฟคุณภาพจากหลากหลายแหล่งปลูก ซึ่งบอกเลยว่าถ้าหากคุณเป็นคอกาแฟห้ามพลาดเป็นอันขาด

เมล็ดกาแฟ ยี่ห้อไหนดี

  • Doi Coffee เมล็ดกาแฟ อาราบิก้าดอยแม่สลอง
  • Bluekoff A5 เมล็ดกาแฟ ไทย อาราบิก้า100%
  • เมล็ดกาแฟ อราบิก้าออร์แกนิคเกรดพรีเมี่ยม EagleBean ขนาด 250g
  • Doi Chang Farm กาแฟคั่วดอยช้าง
  • เมล็ดกาแฟ อาราบิก้า100% คั่วปางขอน
อันดับ 1
9.3
Bluekoff A5 เมล็ดกาแฟ ไทย อาราบิก้า100%
Bluekoff A5 เมล็ดกาแฟ ไทย อาราบิก้า100%
  • มีระดับความเข้มในการคั่วเมล็ดกาแฟให้เลือกหลากหลาย
  • ใช้กระบวนการผลิตแบบเปียก ” Washed Process” ทำให้รสชาตินุ่มละมุนทานง่าย
  • มีความเปรี้ยวของผลไม้นิดๆ
  • มีกลิ่นหอมคาราเมลออกเหมือนๆถั่ว
อันดับ 2
9
Doi Chang Farm กาแฟคั่วดอยช้าง
Doi Chang Farm กาแฟคั่วดอยช้าง
  • ปลูกในที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 1,600 เมตร ทำให้เมล็ดกาแฟมีคุณภาพดี
  • มีกลิ่นหอมมากและความชัดของรสชาติมาก
  • เมล็ดกาแฟใหม่อยู่เสมอ
  • มีระดับการบดให้เลือกหลากหลาย
อันดับ 3
8.9
เมล็ดกาแฟ อาราบิก้า100% คั่วปางขอน
เมล็ดกาแฟ อาราบิก้า100% คั่วปางขอน
  • ใช้กระบวนการผลิตแบบกระบวนการแบบแห้ง “Dry Process” ทำให้เมล็ดกาแฟดูดซึมสารต่างๆ ที่อยู่ในเนื้อได้อย่างเต็มที่
  • กาแฟมีรสชาติของผลไม้สุกที่ตากแห้งหรือกลิ่นคล้ายไวน์
  • ให้กลิ่นหอมอโรมาด้วยการคั่วแบบพิเศษโดยเฉพาะ

สายพันธุ์ของกาแฟ

ก่อนอื่นเราขอเริ่มต้นด้วยสายพันธุ์ของกาแฟกันก่อนนะคะ โดยกาแฟจะถูกแบ่งเป็นสายพันธุ์หลักๆอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ โรบัสต้า (Robusta) และอราบิก้า(Arabica) 

โดยพันธุ์โรบัสต้านั้นมีลักษณะของเมล็ดที่ค่อนข้างอวบอ้วน ส่วนเส้นผ่าตรงกลางนั้นจะเป็นเส้นตรง ต้นกาแฟโรบัสต้านั้นจะปลูกในพิ้นที่ต่างกันกับอราบิก้า โดยปลูกในพื้นที่ต่ำที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลเพียง 500 – 600 เมตร ต้นกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้านั้นชื่นชอบพื้นที่อากาศชุ่มชื้น นิยมปลูกในจังหวัดแถบภาคใต้ เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี มีรสชาติเข้มข้น หอมฉุนกว่าอราบิก้า 

ส่วนสายพันธุ์อราบิก้านั้นมีลักษณะของเมล็ดที่ค่อนข้างเรียว ส่วนเส้นผ่าตรงกลางเป็นเหมือนรูปตัว S นิยมปลูกบนพื้นที่ที่อยู่เหนือจากระดับน้ำทะเลประมาณ 800 – 1,000 เมตรขึ้นไป สามารถพบการปลูกอาราบิก้ามากที่สุดในแถบจังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทย เช่น เชียงราย เชียงใหม่ น่าน แม่อ่องสอน เมล็ดกาแฟสายพันธุ์อราบิก้านั้นมีรสชาติที่กลมกล่อม กลิ่นหอมละมุน มีปริมาณคาเฟอีนไม่ถึง 2% 

และถึงแม้ว่าผลผลิตของอาราบิก้าจะมีมากถึง 75% ของกาแฟทั่วโลก แต่ในเรื่องของราคานั้นยังคงสูงกว่าพันธุ์โรบัสต้าเป็นอย่างมาก โดยร้านกาแฟส่วนใหญ่จึงมักเลือกใช้เมล็ดกาแฟสายพันธุ์อราบิก้า เนื่องจากให้รสชาติที่กลมกล่อมในการทำเมนูกาแฟสด ส่วนกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้านั้นมักจะนิยมนำไปใช้ในผลิตกาแฟสำเร็จรูปสำหรับเครื่องชงกาแฟมากกว่า

แหล่งปลูกกาแฟ

การเลือกแหล่งที่มาของกาแฟก็ทำให้ได้รสชาติที่ต่างกันออกไป โดยแหล่งปลูกทางภาคเหนือของไทยนั้นจะปลูกกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะปลูกบนที่สูงในพื้นที่ป่า ที่มีพรรณไม้และดอกไม้ป่านานาชนิด 

ซึ่งทำให้รสชาติของกาแฟอาจมีกลิ่นหอมของดอกไม้ป่าหรือพรรณไม้ตามพื้นที่ที่ปลูก สำหรับพื้นที่ปลูกทางภาคใต้นั้นจะนิยมปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสต้าที่ให้รสชาติที่เข้มข้น

กาแฟปลูกที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1300-1500 ดีอย่างไร?

การปลูกกาแฟบนแหล่งปลูกที่มีระดับความสูง 800 เมตรขึ้นไปเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ( metres above mean sea level, MASL)  และมีความลาดเอียงของพื้นที่ปลูกไม่เกิน 30% และอุณหภูมิที่พอเหมาะประมาณที่ 15 – 25องศาเซลเซียส และมีความชื้นสัมพัทธ์มากกว่า 60% นั้นเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ ที่เป็นตัวแปรที่สำคัญของเรื่องรสชาติของกาแฟเป็นอย่างมาก 

โดยเฉพาะแหล่งปลูกกาแฟสายพันธุ์อราบิก้านั้น หากเป็นแหล่งปลูกที่ให้ผลผลิตกาแฟที่มีคุณภาพแล้วล่ะก็ ความสูงของพื้นที่แปลงปลูกควรมีความสูงต้องตั้งแต่ 800 เมตรขึ้นไป

เมล็ดกาแฟ

ดังนั้นจะสังเกตได้ว่ากาแฟที่ปลูกบนดอยสูงๆ จะใช้เวลาในการเก็บเกี่ยวช้ากว่าในพื้นที่ที่ต่ำกว่า ซึ่งนั่นเป็นผลทำให้เมล็ดกาแฟนั้นมีเวลาในการสร้างและสะสมความซับซ้อนของรสชาติ และสามารถสร้างน้ำตาลเชิงซ้อนในเมล็ดได้นานกว่า 

จึงทำให้รสชาติของกาแฟนั้นชัดมากขึ้น โดยยิ่งปลูกที่ระดับที่ยิ่งสูงก็ยิ่งมีความซับซ้อนของรสชาติมากขึ้น  และกาแฟที่ปลูกในที่สูงนั้นจะมีรสหอมกลมกล่อม  

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าแท้ 100% ที่ดีๆ มักจะมีราคาแพง แต่หากท่านได้มาสัมผัสชีวิตของเกษตรกรชาวสวนกาแฟ ตั้งแต่การปลูก ดูแลรักษา เก็บเกี่ยวผลผลิต Process จนไปถึงการคั่วกาแฟแล้ว ท่านจะพบว่าราคาเมล็ดกาแฟอาราบิก้าดีๆ ถุงขนาด 250 กรัม ที่ราคา 200-300 บาทนั้นไม่ได้แพงเลย และถือว่าคุ้มค่ากับคุณภาพของกาแฟที่ได้รับเป็นอย่างมากด้วย

ระดับของการคั่วของเมล็ดกาแฟ

เราได้ทำความรู้จักสายพันธ์ของเมล็ดกาแฟกันไปแล้ว ต่อไปเราจะพามารู้จักระดับการคั่วของเมล็ดกาแฟกันต่อนะคะ แต่ก่อนที่จะไปที่การคั่วนั้นเมล็ดกาแฟจะต้องผ่านกระบวนการขั้นตอนต่างๆ ทั้งการเตรียมเมล็ดกาแฟ ก่อนที่จะนำเมล็ดกาแฟออกจากผลเปลือก

เพื่อให้ได้เมล็ดกาแฟดิบหรือที่เรียกว่า สารกาแฟ โดยมีกระบวนการเตรียมหลักๆ อยู่ 2 วิธีคือ

Dry Process

หรือวิธีแบบแห้ง คือกระบวนการผลิตที่นำผลเชอร์รี่กาแฟที่สุกจัด มาตากให้แห้ง จนเนื้อและเปลือกหลุดออกจากเมล็ด โดยใช้ระยะเวลาในการตากประมาณ 2-3 สัปดาห์ โดยต้องเกลี่ยเมล็ดกาแฟที่ตากไปมาเพื่อให้แห้งอย่างสม่ำเสมอ และป้องกันการเกิดเชื้อรา

โดยในขั้นตอนกระบวนการผลิตแบบแห้งนั้น เมล็ดกาแฟจะไม่ได้ถูกน้ำชะล้างสารต่างๆ ออกจากเปลือกและเมือกของผลกาแฟ จึงทำให้เมล็ดกาแฟดูดซับสารต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ ทำให้กาแฟที่ผ่านกระบวนการผลิตแบบแห้งที่ใช้การตากนี้ จึงทำให้เมล็ดกาแฟมีรสชาติที่จัดจ้าน เข้มข้น และมีเนื้อสัมผัสมาก มีกลิ่นคล้ายผลไม้สุก ผลไม้ตากแห้งหรือกลิ่นคล้ายไวน์

Washed Process

หรือวิธีแบบเปียก คือการนำเมล็ดผลกาแฟไปล้างและนำเข้าเครื่องปอกเปลือก จากนั้นทำการล้างเมือกออกอีกครั้งและนำไปหมักทิ้งไว้ประมาณ 12-36 ชั่วโมง แล้วจึงค่อยในไปตากเพื่อไล่ความชื้นให้หมด จากนั้นจึงค่อยนำมาคั่วตามระดับที่ต้องการ

จึงทำให้เมล็ดกาแฟมีความชัดเจนทั้งในด้านกลิ่นและรสชาติ มีความเป็นกรดที่คล้ายผลไม้ ทำให้เราสัมผัสกลิ่นและรสของกาแฟได้ง่าย โดยเมล็ดที่ผ่านกระบวนการผลิตแบบเปียกนั้นจะมีคุณภาพที่สม่ำเสมอกว่า และควบคุมการกระบวนการผลิตได้ง่ายกว่ากระบวนการผลิตแบบอื่นๆ

จากนั้นจึงถึงขั้นตอนการนำเมล็ดกาแฟดิบมาคั่ว โดยการคั่วเมล็ดกาแฟที่ระดับแตกต่างกันนั้นจะส่งผลให้เมล็ดกาแฟมีสีสัน ความหอม และรสชาติที่แตกต่างกันออกไปตามระดับการคั่ว โดยสามารถแบ่งระดับการคั่วได้ดังนี้

กาแฟคั่วอ่อน Light Roast ถึง Cinnamon Roast

เป็นระดับการคั่วที่อ่อนที่สุด ใช้เวลาในการคั่วไม่นาน โดยกาแฟที่คั่วอ่อนจะรักษาความเป็นธรรมชาติ  และระดับคาเฟอีนในเมล็ดกาแฟได้มากที่สุด สีของเมล็ดกาแฟจะมีสีน้ำตาลอ่อน ไม่มีน้ำมันเกาะอยู่บนผิวของเมล็ด มีรสชาติเปรี้ยวแบบผลไม้ (Fruity) และมีกลิ่นของสมุนไพรหรือดอกไม้ เหมาะกับการดื่มในตอนเช้าที่ต้องการปริมาณคาเฟอีนมาก

กาแฟคั่วปานกลาง Medium Roast, City Roast ถึง Full City Roast

เป็นระดับการคั่วที่เป็นที่นิยมมากที่สุด การคั่วจะใช้เวลาปานกลาง จนได้เมล็ดกาแฟสีน้ำตาลที่เข้มปานกลาง ผิวของเมล็ดจะมีน้ำมันออกมานิดหน่อยแต่ไม่ถึงกับมันเยิ้ม มีรสสัมผัสของกาแฟที่เพิ่มมากขึ้นมากกว่าแบบคั่วอ่อน ให้รสชาติกาแฟที่ออกหวานอมเปรี้ยวและขมเล็กน้อย

กาแฟคั่วเข้มปานกลาง Full-City Roast, After Dinner Roast, Vienna Roast

เป็นระดับการคั่วที่ตัวเมล็ดจะมีสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ และมีน้ำมันเกาะที่ผิวเล็กน้อย มีรสชาติหวานเล็กน้อยปนขม และมีรสสัมผัสของกาแฟที่เพิ่มมากขึ้นกว่าแบบคั่วอ่อนและคั่วปานกลาง แต่เมื่อคั่วในเวลาที่นานขึ้นเมล็ดกาแฟจะเกิดการ Caramelize หรือการเกิดเป็นกลิ่นที่มีลักษณะคล้ายคาราเมล ถั่ว หรือช็อกโกแลต กาแฟที่คั่วในระดับนี้เป็นที่ชื่นชอบของหลายๆคน เนื่องจากมีความ Balance ของรสชาติ ให้รสกลมกล่อม

กาแฟคั่วเข้ม Medium to Dark Roast

เป็นการคั่วในระดับสูงสุด ใช้เวลาในการคั่วนาน ใช้ไฟแรง จนคาเฟอีนในเมล็ดกาแฟหายไปเกือบหมด ตัวเมล็ดจะมีสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำคล้ายสีของช็อคโกแลต และมีน้ำมันเคลือบที่ผิวเมล็ดค่อนข้างมาก ทำให้ผิวดูสวย เงางาม รสชาติของกาแฟที่ใช้ระดับการคั่วเข้มจะค่อนข้างไปทางขมถึงขมมาก มีกลิ่นหอมออกไหม้นิด ๆ เหมาะกับคอกาแฟที่ชอบรสชาติเข้มข้น และรสสัมผัสที่หนัก เป็นระดับการคั่วที่เหมาะกับการทำกาแฟแบบเอสเปรสโซ่ espresso

ระดับการบดของเมล็ดกาแฟ

ต่อไปคือระดับการบดเมล็ดกาแฟ ขั้นตอนนี้ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการชงกาแฟสด เพราะในแต่ละระดับของการบดจะให้รสชาติและความหอมที่แตกต่างกันออกไป

  • บดหยาบ : เมื่อจับเนื้อกาแฟที่บดหยาบดูแล้วจะให้ความรู้สึกเหมือนกรวดทราย เหมาะสำหรับการชงแบบ Cold Brew/ French Press/ Drip Coffee
  • บดปานกลาง : มีความละเอียดของเนื้อกาแฟกว่าแบบบดหยาบ จับแล้วคล้ายเม็ดทราย เหมาะสำหรับการชงแบบ Drip Coffee /Pour-Over Coffee
  • บดละเอียด : มีลักษณะเริ่มป่น ไม่เป็นก้อน จับแล้วเหมือนเม็ดน้ำตาลทรายขาวแบบละเอียด เหมาะสำหรับการชงแบบ Espresso
  • บดละเอียดมาก : มีขนาดเล็กกว่าน้ำตาลทรายขาว แต่ไม่ได้เบาจนเป็นผง ยังสามารถรู้สึกได้ถึงความขรุขระที่เป็นเอกลักณ์ของกาแฟ เหมาะสำหรับการชงแบบ Turkish Coffee

รีวิว เมล็ดกาแฟ ยี่ห้อไหนดี น่าลอง

สำหรับวันนี้เราได้คัดสรรสุดยอดเมล็ดกาแฟสายพันธุ์อราบิก้าแท้ 100%  จากที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเกิน 1,000  เมตร จาก 5 แหล่งปลูก มาให้คุณได้เลือกที่นี่แล้ว ตามมาดูกันเลยค่ะ

1. Doi Coffee เมล็ดกาแฟ อาราบิก้าดอยแม่สลอง

เมล็ดกาแฟ อาราบิก้า

ขนาด 250 กรัม ราคา 100 บาท

เมล็ดกาแฟ สายพันธุ์อาราบิก้า 100 %  (Arabica 100%) ปลูกที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1300-1500 เมตร หมู่บ้านแม่จันหลวง ดอยแม่สลอง จ.เชียงราย 

แบบคั่วอ่อน (Light Roast) เหมาะสำหรับ คนที่ชอบดื่มกาแฟรสชาติอ่อน บางเบา มีรสผลไม้ชัดเจน เปรี้ยวสดชื่นแต่ไม่ฝาด รสสัมผัสเบาแบบดื่มชา จิบเพลิน รู้สึกสดชื่น สายดริปไม่ควรพลาด เหมาะแก่การชงด้วยเครื่องชง French press / Aeropress / Filter / อื่น ๆ

แบบคั่วกลาง  (Medium Roast) เหมาะสำหรับ คนที่ชอบบอดี้สมดุลพอดี  กลมกล่อม ให้ความนุ่มละมุน มีรสชาติผลไม้เบอร์รี่เล็กน้อย หอมกลิ่นดอกไม้แห้ง มีความหวานตอนท้ายเหมาะแก่การชงด้วยเครื่องชง Espresso / Moka pot / Filter / อื่น ๆ

แบบคั่วกลางเข้ม (Medium to Dark Roast) เหมาะสำหรับ คนที่ชอบกาแฟที่ดื่มง่าย ไม่ขมมาก นุ่ม ๆ โทนถั่ว มีความหวานแบบคาราเมลในตอนท้าย ผสมนม หรือดื่มเป็นอเมริกาโน่ รสชาติดี เหมาะแก่การชง : ด้วยเครื่องชง Espresso / Moka pot / อื่น

แบบคั่วเข้ม (Dark Roast) เหมาะสำหรับ ชงเมนูเย็น รสชาติกาแฟที่หอมเข้มข้น หอมแรงเหมาะแก่การชงด้วยเครื่องชง Espresso / Moka pot / อื่น ๆ

จุดเด่น
  • ปลูกที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1300-1500 จึงเป็นเมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพ
  • มีระดับความเข้มในการคั่วเมล็ดกาแฟให้เลือกหลากหลาย
  • มีกระบวนการผลิตแบบเปียก ” Washed Process” ทำให้รสชาตินุ่มละมุน ทานง่าย
  • เน้นรสชาติแบบเบอร์รี่ ที่มีความเปรี้ยวอมหวานฉ่ำของผลไม้
จุดควรพิจารณา
  • แม้ว่ารูปแบบการบดจะมีให้เลือกหลากหลาย แต่อาจจะมีความคาดเคลื่อนบ้างเล็กน้อย
  • เมล็ดกาแฟแบบคั่วอ่อนรสชาติจะออกเปรี้ยวแบบเบอร์รี่
  • เมล็ดกาแฟแบบคั่วเข้มอาจจะมีรสชาติเข้มไปสำหรับนักดื่มบางท่าน

2. Bluekoff A5 เมล็ดกาแฟ ไทย อาราบิก้า100%

Bluekoff A5 เมล็ดกาแฟอาราบิก้า100%

ขนาด 250 กรัม ราคา 130 บาท

เมล็ดกาแฟ คั่วคุณภาพที่ได้รับรางวัล Coffee Review การันตีคุณภาพมาตรฐานสากล ด้วยระดับคะแนน 93, 92, 91 คะแนน จากการรีวิวของผู้เชี่ยวชาญผลการประเมินรสชาติกาแฟเอสเพรสโซ่ เป็นกาแฟสัญชาติไทย จากแหล่งเพาะปลูกบนพื้นที่ดอยช้าง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,200-1,500 เมตร ผ่านกระบวนการผลิตแบบ Washed Process จึงให้รสชาติละมุนทานง่าย มีความเปรี้ยวอมหวานของผลไม้ 

แบบคั่วกลาง Medium Roast เหมาะแก่การชงด้วยเครื่องชง Espresso / Moka pot / Filter / อื่น ๆ ให้กลิ่นหอมหวานของกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์ สัมผัสได้ถึงรสผลไม้เปรี้ยวหวานฉ่ำ ช็อกโกแลต และโทนถั่ว ที่นุ่มนวล

แบบคั่วกลางค่อนเข้ม Medium-Dark Roast เหมาะแก่การชงด้วยเครื่องชง Espresso / Moka pot / อื่น ๆ ให้กลิ่นหอมกาแฟคั่วสดที่สัมผัสได้ถึงความฉ่ำผลไม้ กลิ่นหอมออกคาราเมล ช็อกโกแลตและโทนถั่วคั่ว รสชาติกลมกล่อมและละมุน

แบบคั่วเข้ม Dark Roast เหมาะแก่การชงด้วยเครื่องชง Espresso / Moka pot / อื่น ๆ ให้กลิ่นหอมกาแฟแบบเข้มข้น เนื้อสัมผัสมาก หอมคาราเมล ช็อกโกแลต และโทนถั่วแบบเข้มๆ

จุดเด่น
  • มีระดับความเข้มในการคั่วเมล็ดกาแฟให้เลือกหลากหลาย
  • ใช้กระบวนการผลิตแบบเปียก ” Washed Process” ทำให้รสชาตินุ่มละมุนทานง่าย
  • มีความเปรี้ยวของผลไม้นิดๆ
  • มีกลิ่นหอมคาราเมลออกเหมือนๆถั่ว
จุดควรพิจารณา
  • ไม่มีแบบบด เหมาะสำหรับคนที่มีเครื่องบดเท่านั้น
  • อาจมีกลิ่นไหม้ปนมาในเมล็ดกาแฟแบบคั่วเข้มเล็กน้อย
  • เมล็ดกาแฟคั่วแบบอ่อนอาจจะทำให้มีรสเปรี้ยวหรือฝาดติดลิ้น
  • เมล็ดกาแฟอาจมีรสชาติเข้มไปสำหรับนักดื่มบางท่าน

3. เมล็ดกาแฟ อราบิก้าออร์แกนิคเกรดพรีเมี่ยม EagleBean ขนาด 250g

ขนาด 250 กรัม ราคา 179 บาท

เมล็ดกาแฟ สายพันธุ์อาราบิก้าแท้ 100% จากแหล่งเพาะปลูกหมู่บ้านโป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,350 เมตร โดยเมล็ดกาแฟของที่นี่จะใช้วิธีการเพาะปลูกแบบอินทรีย์  จึงเป็นกาแฟออร์แกนิค 100% โดยบริเวณพื้นที่แหล่งเพาะปลูกนั้นอยู่บนพื้นที่ดอยสูงที่รายล้อมด้วยพืชพรรณ/สมุนไพรธรรมชาติและดอกไม้ป่า จึงทำให้เมล็ดกาแฟมีกลิ่นหอมของดอกไม้ป่าคล้ายน้ำผึ้งอ่อนๆ และมีรสหวานติดลิ้น 

และในการผลิต เมล็ดกาแฟ ของที่นั้นเค้าจะเก็บเกี่ยวด้วยมือและคัดเฉพาะผลที่สุกแล้วเท่านั้น แล้วจึงนำมาผ่านขั้นตอนการเตรียมเมล็ดด้วยกรรมวิธีแบบ Dry Process ซึ่งทำให้เมล็ดกาแฟมีรสชาติที่จัดจ้าน มีความเข้มข้นและมีเนื้อสัมผัสมาก รวมทั้งหากนำไปคั่วแบบอ่อนเมล็ดกาแฟจะให้กลิ่นรสที่คล้ายผลไม้สุก/ผลไม้ตากแห้ง หรือกลิ่นคล้ายไวน์ร่วมด้วย

แบบคั่วอ่อน (Light Roast) เหมาะสำหรับ คนที่ชอบดื่มกาแฟรสชาติอ่อน บางเบา มีรสผลไม้นิดๆ

เหมาะสำหรับ: ชงด้วยเครื่องชง French press / Aeropress / Filter / อื่น ๆ

คั่วกลางเข้ม (Medium to Dark Roast) เหมาะสำหรับ คนที่ชอบกาแฟที่ดื่มง่าย ไม่ขมมาก 

เหมาะสำหรับ: ชงด้วยเครื่องชง Espresso / Moka pot / อื่น ๆ

คั่วเข้ม (Dark Roast) เหมาะสำหรับ เมนูเย็น รสชาติกาแฟที่หอมเข้มข้น แรง

เหมาะสำหรับ: ชงด้วยเครื่องชง Espresso / Moka pot / อื่น ๆ

จุดเด่น
  • ใช้วิธีปลูกแบบอินทรีย์
    เก็บเกี่ยวด้วยมือ เลือกคัดเฉพาะเมล็ดที่สุกเท่านั้น
  • ผ่านกระบวนการผลิตแบบแห้ง ” Dry Process” ทำให้รสชาติเข้มข้น มีกลิ่นหอม
  • มีความเข้มข้นของคาเฟอีน
  • ให้รสชาติหอมละมุน มีกลิ่นดอกไม้ป่าอ่อนๆ และมีรสหวานติดลิ้น
จุดควรพิจารณา
  • เนื่องจากปลูกแบบอินทรีย์ทำให้ขนาดเมล็ดของกาแฟขนาดไม่ค่อยใหญ่มาก
  • เมล็ดกาแฟคั่วแบบอ่อนอาจจะทำให้มีรสและกลิ่นเปรี้ยวของผลไม้
  • เมล็ดกาแฟอาจมีรสชาติเข้มไปสำหรับนักดื่มกาแฟบางท่าน
  • ถุงบรรจุเป้นถุงกระดาษอาจก่อให้เกิดความชื้นต่อเมล็ดกาแฟ

4. Doi Chang Farm กาแฟคั่วดอยช้าง

ขนาด 200 กรัม ราคา 200 บาท

เมล็ดกาแฟ คั่วจากดอยช้างคอฟฟี่ฟาร์ม เป็นกาแฟสายพันธุ์อราบิก้า 100% จากแหล่งปลูกกาแฟชื่อดังของจังหวัดเชียงราย นั่นคือแหล่งปลูกดอยช้าง ที่ตั้งอยู่ใน ต.วาวี อ. แม่สรวย จ.เชียงราย

โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,600 เมตร จึงทำให้เมล็ดกาแฟของที่นี่นั้นมีคุณภาพดีและราคาค่อนข้างสูงกว่าที่อื่น โดยรสชาติของกาแฟดอยช้างนั้นเค้าขึ้นชื่อว่ามีกลิ่นหอมมากๆ จนหลายๆ คนต้องยกนิ้วให้พร้อมกับคำยืนยันว่าหอมทะลุซองกันเลยทีเดียว มีให้เลือกทั้งแบบ คั่วอ่อน คั่วกลาง และคั่วเข้ม 

จุดเด่น
  • ปลูกในที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 1,600 เมตร ทำให้เมล็ดกาแฟมีคุณภาพดี
  • มีกลิ่นหอมมากและความชัดของรสชาติมาก
  • เมล็ดกาแฟใหม่อยู่เสมอ
  • มีระดับการบดให้เลือกหลากหลาย
จุดควรพิจารณา
  • อาจมีกลิ่นไหม้ปนมาในเมล็ดกาแฟแบบคั่วเข้ม
  • เมล็ดกาแฟอาจจะมีรสชาติเข้มไปสำหรับนักดื่มบางท่าน
  • เมื่อเทียบปริมาณราคาค่อนข้างสูงกว่ายี่ห้ออื่น

5. เมล็ดกาแฟ อาราบิก้า100% คั่วปางขอน

เมล็ดกาแฟอาราบิก้า100% คั่วปางขอน

ขนาด 250 กรัม ราคา 290 บาท

เมล็ดกาแฟ ปางขอน ผลิตจากเมล็ดกาแฟสายพันธุ์อราบิก้าจากแหล่งเพาะปลูกในพื้นที่ปางขอน จังหวัดเชียงราย โดยใช้วิธีแปรรูปแบบดั้งเดิมด้วยกระบวนการแบบแห้ง ( Dry Process เนเชอรัลคอฟฟี่)

ทำให้เมล็ดกาแฟสามารถดูดซึมสารต่างๆ ที่อยู่ในเนื้อได้อย่างเต็มที่ จึงทำให้เมล็ดกาแฟมีความหวานมากขึ้น และมีรสชาติของผลไม้สุกที่ตากแห้งหรือกลิ่นคล้ายไวน์ คั่วด้วยวิธีคั่วแบบพิเศษโดยเฉพาะ ที่มีเพียง 1 ระดับการคั่ว เท่านั้น คือคั่วกลาง (Medium Roast) ทำให้ได้กาแฟที่มีกลิ่นหอมอโรมา ให้รสหวานปนกับรสผลไม้เข้มข้น

จุดเด่น
  • ใช้กระบวนการผลิตแบบกระบวนการแบบแห้ง “Dry Process” ทำให้เมล็ดกาแฟดูดซึมสารต่างๆ ที่อยู่ในเนื้อได้อย่างเต็มที่
  • กาแฟมีรสชาติของผลไม้สุกที่ตากแห้งหรือกลิ่นคล้ายไวน์
  • ให้กลิ่นหอมอโรมาด้วยการคั่วแบบพิเศษโดยเฉพาะ
จุดควรพิจารณา
  • มีระดับการคั่วให้เลือกเพียง 1 ระดับเท่านั้น คือคั่วกลาง
  • เมล็ดกาแฟแม้จะคั่วกลางแต่ก็อาจจะมีรสเปรี้ยว หรือฝาดติดลิ้น
  • ถุงบรรจุเป็นถุงกระดาษอาจก่อให้เกิดความชื้นต่อเมล็ดกาแฟ มีผลทำให้รสชาติเปลี่ยน

บทส่งท้าย เมล็ดกาแฟ ยี่ห้อไหนดี น่าลอง

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับ เมล็ดกาแฟ ที่เราได้คัดสรรมาในวันนี้ มีแบบไหนที่น่าสนใจและอยากลองลิ้มชิมรสกันบ้างคะ

สำหรับบทความในวันนี้นั้น เมล็ดกาแฟ ยี่ห้อไหนดี เราขอยกให้ เมล็ดกาแฟ  Bluekoff A5 เป็นเมล็ดกาแฟที่เป็นขวัญใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติแบบกลมกล่อม นุ่มละมุน ทานง่าย เพราะมีกลิ่นหอมคาราเมลออกเหมือนถั่ว พร้อมคุณภาพการันดีด้วยรางวัล Coffee Review คุณภาพมาตรฐานสากลอีกด้วยค่ะ หากเลือกเมล็ดกาแฟที่ชอบแล้วก็อย่าลืมหา เครื่องชงกาแฟ ดีๆ สักเครื่อง เพื่อให้การชงกาแฟในตอนเช้าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากขึ้นค่ะ



Similar Posts