เครื่องชงกาแฟยี่ห้อไหนดี

รีวิว เครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อไหนดี ที่น่าลงทุนในปี 2021

คงไม่มีอะไรที่ดีไปกว่าการตื่นนอนในตอนเช้า ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนเย็นสบาย บิดขี้เกียจเล็กน้อย และเดินไปชงกาแฟ กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟและรสชาติอันเข้มข้นจะปลุกคุณ พร้อมมอบพลังงานในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ให้แก่คุณ

หากใครที่คุ้นเคยกับกิจวัตรประจำวันนี้ เราคงต้องขอเดาว่าคุณเป็นหนึ่งในคอกาแฟ ที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟเป็นประจำทุกวัน เพราะการดื่มกาแฟ ได้กลายมาเป็นหนึ่งกิจกรรมที่หลาย ๆ คนปฏิบัติกันมาอย่างยาวนานในทุก ๆ เช้า แล้วจะเลือก เครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อไหนดี มาเติมเต็มกิจวัติประจำวันของคุณให้น่าสนุกยิ่ง ตามมาดูกันค่ะ

การชงกาแฟ มีกี่ประเภท

เครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อไหนดี

การชงกาแฟนั้น แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท ซึ่งถึงแม้ว่าการชงกาแฟที่มีความแตกต่างกันนี้ จะมีจุดประสงค์เดียวกัน คือ การชงกาแฟ เพื่อให้ได้ก่แฟรสชาติยอดเยี่ยม แต่ก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่บ้างในขั้นตอนกระบวนการชงกาแฟ เรามาทำความรู้จักกับการชงกาแฟกันดีกว่า ว่ามีกี่ประเภท และอะไรบ้าง

การชงกาแฟแบบดริป

การชงกาแฟแบบดริป จะได้กาแฟที่หอมหวาน รสชาติสุดเข้มข้น การชงกาแฟประเภทนี้จะต้องใช้เครื่องชงกาแฟแบบหยด และต้องใช้กระดาษกรอง มากรองกาแฟ 

การชงกาแฟแบบอัตโนมัติ

เป็นหนึ่งในวิธีการชงกาแฟที่ง่ายดายและสะดวกสบายมากที่สุด เพราะคุณเพียงแค่กดปุ่มเริ่มการทำงานบนเครื่อง ตัวเครื่องก็จะเริ่มชงกาแฟ่โดยอัตโนมัติ โดยเริ่มทำการตวง บด และสกัดน้ำกาแฟได้เองโดยอัตโนมัติ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย

การชงกาแฟแบบกึ่งอัตโนมัติ

โดยทั่ว ๆ ไปแล้ว การชงกาแฟประเภทนี้ มักจะต้องใช้เครื่องชงกาแฟแบบแรงดันไอน้ำ โดยกระบวนการชงนั้นจะกลั่นไอน้ำรวมกับกาแฟบด แล้วหยดลงมาเป็นกาแฟที่รสชาติเข้มข้น หอมกรุ่น

การชงกาแฟแบบแคปซูล

การชงกาแฟประเภทนี้ ถือเป็นการชงกาแฟที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่เป็นอย่างมาก เพราะสามารถชงกาแฟได้อย่างรวดเร็ว และมอบรสชาติที่หลากหลายตามใจต้องการ กาแฟสดที่ถูกบรรจุในรูปแบบแคปซูลจะสามารถนำมาใช้ได้เพียงครั้งเดียวต่อการชง 1 ครั้ง เท่านั้น แต่สามารถเก็บรสชาติและความหอมของกาแฟได้เป็นอย่างดี

เคล็ดลับการเลือกซื้อ เครื่องชงกาแฟ

เครื่องชงกาแฟ น่าลงทุน

การเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟให้ถูกใจ ก็เปรียบเสมือนการตามหาคนรู้ใจ เพราะหากคุณได้ครอบครองเครื่องชงกาแฟที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และการใช้งาน ก็จะยิ่งช่วยให้คุณดำเนินชีวิตได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนเช้า ๆ ที่คุณต้องเร่งรีบไปทำงาน และในวันนี้ เราก็ได้รวบรวมเคล็ดลับการเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟมาฝากคุณผู้อ่าน จะมีอะไรบ้างนั้น ตามมาดูกันเลย

เลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้

เลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ติดตามตัวตนได้ และทราบว่าแหล่งที่มาของสินค้านั้นมาจากไหน แบรนด์อะไร ต้นกำเนิดมาจากประเทศอะไร ทั้งนี้ การเลือกซื้อจากตัวแทนจำหน่าย ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีในการซื้อเครื่องชงกาแฟ เพราะโดยส่วนมาก ทางตัวแทนจำหน่าย มักจะมีบริการช่างซ่อมชำนาญการ ในกรณีที่เครื่องเสีย หรือมีอะไหล่สำรอง หากต้องเปลี่ยนหรือเข้าศูนย์ซ่อม นอกจากนี้ บางเจ้าอาจจะมีบริการเปลี่ยนเครื่อง เมื่อตัวเครื่องมีปัญหาอีกด้วย

เลือกซื้อจากยี่ห้อ

เป็นเรื่องปกติ ที่เครื่องชงกาแฟจากแบรนด์ดัง มักจะมีราคาที่สูงกว่าเครื่องชงกาแฟโนเนม เพราะคุณภาพของวัสดุที่ถูกคัดสรรนำมาผลิตเครื่องชงกาแฟนั้นมีคุณภาพที่แตกต่างกัน และขั้นตอนการผลิตที่พิถีพิถัน จะช่วยให้ตัวเครื่องทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากกว่า

เลือกซื้อจากงบประมาณ

ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟ เราควรตั้งงบประมาณก่อนการสั่งซื้อเสียก่อน โดยงบประมาณที่ตั้ง ควรพิจารณาควบคู่ไปกับความสามารถในการใช้งานของตัวเครื่อง เลือกเครื่องที่คุ้มค่ากับราคามากที่สุด หลังจากนั้น ลองคัดมาสัก 2-3 รุ่น แล้วนำมาเปรียบเทียบว่ารุ่นไหนถูกใจคุณมากที่สุด

เลือกซื้อจากการรับประกันสินค้าที่เป็นธรรม

การรับประกันสินค้า ถือเป็นบริการหลังการขายที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อคุณซื้อเครื่องชงกาแฟไปแล้ว แต่โชคไม่ดี ที่ตัวเครื่องมีปัญหา หากมีประกันสินค้าที่เป็นธรรม คุณก็สามารถส่งเรื่องไปยังผู้ขาย เพื่อขอเปลี่ยนเครื่อง หรือซ่อมแซม ในกรณีที่ตัวเครื่องเกิดความเสียหาย

ข้อดีของการมีเครื่องชงกาแฟติดบ้านไว้

เครื่องชงกาแฟ ได้กลายมาเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ไฟฟ้าที่สำคัญสำหรับหลายๆ ครอบครัว โดยการซื้อเครื่องชงกาแฟนั้นมีข้อดีมากมาย โดยข้อดีหลัก ๆ ที่สังเกตได้ง่ายและชัดเจนที่สุด คือ ความประหยัดในการซื้อกาแฟนอกบ้าน การลงทุนซื้อเครื่องชงกาแฟดี ๆ สักเครื่อง ถือเป็นการลงทุนในระยะยาว ที่ช่วยประหยัดค่าเครื่องดื่มกาแฟได้จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว 

รีวิว 5 เครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อไหนดี ที่คุณไม่ควรพลาด

หลักจากที่ได้ทราบเคล็ดลับการเลือก เครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อไหนดี กันไปแล้ว เราตามมาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าในปีนี้ เครื่องชงกาแฟ ที่น่าสนใจ มีรุ่นไหนกันบ้าง

1. เครื่องชงกาแฟ Duchess Coffee Maker รุ่น CM3000B

เครื่องชงกาแฟ Duchess Coffee Maker

คุณสมบัติ

  • กำลังไฟ 1050 วัตต์
  • ระบบแรงดันน้ำ 15 บาร์
  • ความจุถังน้ำ 1.5 ลิตร
  • สำหรับชงเอสเปรสโซ คาปูชิโน ช็อกโกแลต และเครื่องดื่มร้อนทุกชนิด

ดื่มด่ำไปกับเครื่องดื่มกาแฟร้อน ๆ ในยามเช้า ด้วยเครื่องชงกาแฟที่สามารถใช้งานได้ง่าย ด้วยปุ่มหมุนเพื่อเลือกการใช้งาน พร้อมไฟแสดงสถานะการทำงาน มาพร้อมกับฟังก์ชั่นที่สามารถใช้งานได้ง่าย สะดวกสบาย สามารถชงเครื่องดื่มได้หลากหลายเมนู

จุดเด่น

  • มีปุ่มปรับเพื่อเลือกรูปแบบการใช้งาน
  • วัสดุแข็งแรง ทนทาน

ข้อควรพิจารณา​

  • หลังจากต้มกาแฟเสร็จมีน้ำค้างอยู่ที่บริเวณก้านชง

2. เครื่องชงกาแฟ SKG รุ่น SK-1206

เครื่องชงกาแฟ SKG

คุณสมบัติ

  • กำลังไฟ 1050 วัตต์
  • ระบบไอน้ำ แรงดันน้ำ 20 บาร์
  • ความจุถังน้ำ 1.6 ลิตร
  • สำหรับชงเอสเปรสโซ คาปูชิโน ลาเต้ ม็อคค่า ช็อกโกแลต และชาต่าง ๆ

เครื่องชงกาแฟ ที่เหมาะกับการใช้งานสำหรับเมล็ดกาแฟคั่วบด สามารถใช้ได้ทั้งในครัวเรือน ในสำนักงาน ในออฟฟิศ หรือในร้านขนาดเล็ก ตัวเครื่องทำจากสแตนเลสและพลาสติกที่มีความหนา คุณภาพดี แข็งแรง ทนทาน มาพร้อมกับปุ่มกดอัตโนมัติและไฟแสดงสถานะการทำงาน สะดวกสบาย ง่ายต่อการใช้งาน สามารถสร้างเมนูเครื่องดื่มได้อย่างหลากหลาย สามารถถอดถาดรองกาแฟออกมาล้างทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย

จุดเด่น

  • ขนาดเล็กกะทัดรัด มาพร้อมปุ่มอัตโนมัติและไฟแสดงสถานะการทำงาน
  • สามารถถอดถาดรองกาแฟออกมาล้างได้

ข้อควรพิจารณา​

  • มอเตอร์ปั่นแรง อาจมีเสียงดังขณะทำงาน

3. เครื่องชงกาแฟ Nespresso รุ่น Essenza Mini C Range

เครื่องชงกาแฟ Nespresso

คุณสมบัติ

  • กำลังไฟ 1310 วัตต์
  • ระบบแรงดันน้ำ 19 บาร์
  • ความจุถังน้ำ 0.6 ลิตร
  • สำหรับชงเอสเปรสโซ

เครื่องชงกาแฟขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา สามารถพกพาได้สะดวกสบาย ด้วยขนาดความกว้างของตัวเครื่องเทียบเท่ากับขนาดของสมาร์ทโฟน และความสูงเทียบเท่ากับกระดาษเอสี่ สามารถใช้งานได้สะดวก ง่ายดาย ด้วยการสั่งานที่ตัวเครื่องเพียง 2 ปุ่ม รวดเร็ว ทันใจ ตัวเครื่องสามารถปิดการทำงานได้อัตโนมัติ เมื่อไม่ได้ใช้งานเป็นระยะเวลา 9 นาที

จุดเด่น

  • น้ำหนักเบา ขนาดเล็กกะทัดรัด พกพาสะดวก
  • สามารถปิดตัวเองได้ หลังจากที่ไม่ได้ใช้งาน
  • สามารถทำกาแฟ ได้อย่างรวดเร็ว ภายใน 30 วินาที
  • เครื่องสามารถปิดเอง เมื่อไม่ไดเใช้งานเป็นระยะเวลา 9 นาที
  • รับประกันตัวเครื่องนาน 2 ปี
  • ดีไซน์สวย ทันสมัย และไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บ
  • ถอดแทงก์น้ำและสามารถทำความสะอาดได้ง่าย

ข้อควรพิจารณา​

  • อาจใช้งานได้จำกัด เพราะมีขนาดเล็ก

4. เครื่องชงกาแฟ Asgaurd รุ่น C1000B

เครื่องชงกาแฟ Asgaurd

คุณสมบัติ

  • กำลังไฟ 1350 วัตต์
  • ระบบแรงดันน้ำ 15 บาร์
  • ความจุถังน้ำ 1.25 ลิตร
  • สำหรับชงเอสเปรสโซ กาแฟ โกโก้ร้อน

เครื่องชงกาแฟ ที่สามารถชงเครื่องดื่มแสนอร่อยได้ในระยะเวลาอันสั้น ตัวเครื่องใช้เวลาอุ่นเครื่องโดยใช้เวลาเพียงแค่ 1 นาที มีฟังก์ชั่นในการตีฟองนม สามารถอุ่นแก้วได้ที่ถาดเหนือตัวเครื่อง สามารถชงเครื่องดื่มได้ง่าย สะดวกสบาย และรวดเร็ว ตัวเครื่องมาพร้อมก้านชงที่สามารถใช้ตักและกดกาแฟได้ในอุปกรณ์เดียว และตัวเครื่องยังมีถ้วยกรองแบบ 2 ช็อต เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน

จุดเด่น

  • ชงเครื่องดื่มได้รวดเร็ว ทันใจ มีฟังก์ชั่นในการตีฟองนม
  • อุ่นแก้วได้ในตัวเครื่อง

ข้อควรพิจารณา​

  • น้ำและไอน้ำอาจล้นออกมา หากเติมกาแฟเยอะเกินไป

5. Nespresso ETZEL รุ่น SN203

เครื่องชงกาแฟ ETZEL

คุณสมบัติ

  • กำลังไฟ 1050 วัตต์
  • ระบบแรงดันน้ำ 20 บาร์
  • ความจุถังน้ำ 1.6 ลิตร
  • สำหรับชงชา กาแฟ นม ช็อกโกแล็ต

เครื่องชงกาแฟสด ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์สุดครบครัน มีฟังก์ชั่นการสตีมนม ตีฟองนมให้เนียนนุ่ม มีลูกบิดปรับแรงดัน สามารถถอดท่อสตีมออกมาทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย เหมาะสำหรับกาแฟคั่วบดและกาแฟพ็อด ขนาดเล็กกะทัดรัด ดีไซน์เรียบหรู น้ำหนักเบา ตัวเครื่องทำจากวัสดุสแตนเลสและพลาสติกที่มีความแข็งแรง ทนทาน สามารถชงเครื่องดื่มได้หลากหลายตามใจต้องการ

จุดเด่น

  • มาพร้อมกับอุปกรณ์ครบครัน สามารถสร้างเมนูเครื่องดื่มที่หลากหลาย

ข้อควรพิจารณา​

  • น้ำหนักค่อนข้างมาก ไม่สะดวกพกพาหรือเคลื่อนย้าย

บทสรุป จะเลือก เครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อไหนดี

เพราะการซื้อกาแฟในทุก ๆ วัน เหมือนเป็นการสิ้นเปลืองเงินโดยใช้เหตุ การซื้อเครื่องชงกาแฟนั้น ให้ความคุ้มค่าในระยะยาว ทั้งนี้ การเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟ ก็ควรเลือกซื้อเครื่องหรือรุ่นที่ตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้ซื้อ เพื่อความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปให้ได้มากที่สุด

สำหรับ เครื่องชงกาแฟ ที่น่าลงทุน และเหมาะๆมากกับการชงกาแฟยามเช้าในเวลาที่เร่งรีบ เราขอยกให้ เครื่องชงกาแฟ จาก Nespresso เครื่องชงกาแฟ รุ่น Essenza Mini เพราะเพียงแค่กดปุ่มเดียว ก็สามารถชงกาแฟได้ภายใน 30 วินาที พร้อมกับ แรงดันสูงถึง 19 บาร์ ทำความสะอาดง่าย และมีการรับประกันนานถึง 2 ปีเลยทีเดียวค่ะ

ใครที่ชอบ การชงกาแฟแบบแคปซูล ก็สามารถเลือกดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากทางเว็บไซต์เรานะคะ

Similar Posts