รถเข็นไฟฟ้า รุ่นไหนดี เหมาะกับการใช้งาน ปี 2021

สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาเดินไม่สะดวก การใช้งาน “รถเข็นไฟฟ้า” ถือเป็นอีกทางเลือกที่เหมาะสมมาก เพราะไม่จำเป็นต้องมีคนอื่นคอยเข็นให้ตลอดเวลา อีกทั้งยังช่วยพาไปยังจุดต่าง ๆ ได้ตามความเหมาะสมอีกด้วย เป็นอุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นมาจากรถเข็นทั่วไปให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สะดวกสบายทั้งผู้ใช้และผู้เข็นอย่างมาก มาดูกันว่า รถเข็นไฟฟ้า รุ่นไหนดี น่าสนใจ

หากมีรถเข็นไฟฟ้าสำหรับดูแลคนที่เราห่วงใยแล้ว อย่าลืมมองหา แท่นยืนคลายเส้น สำหรับการออกกำลังกายเบาๆหรือทำกายภาพ เพื่อคนที่เรารักก็เป็นไเดียที่ไม่เลวเลยทีเดียว

ระบบบังคับพื้นฐานของรถเข็นไฟฟ้า

1. ปุ่มสำหรับเปิด – ปิด

ด้วยความที่เป็นระบบไฟฟ้าซึ่งใช้พลังงานในการเคลื่อนที่ จึงจำเป็นต้องมีปุ่มเปิด-ปิดให้รถทำงานในช่วงเวลาเหมาะสม อีกทั้งยังประหยัดพลังงานในจังหวะที่ไม่ได้ใช้ ซึ่งบางรุ่นอาจใช้ปุ่มเดียวกันหรือแยกออกเป็น 2 ปุ่มตามแต่ดีไซน์

2.ปุ่มเพิ่ม – ลด ระดับความเร็ว

ด้วยความที่เป็นระบบไฟฟ้าจึงสามารถบังคับอัตราความเร็วได้ตามต้องการ โดยใช้ปุ่มกดที่มีเครื่องหมาย + คือ เพิ่มความเร็ว และเครื่องหมาย – คือ ลดความเร็ว

3. คันโยกบังคับทิศทาง

มีลักษณะคันโยกที่ปรับหมุนทิศทางได้หลัก ๆ 4 ทิศ คือ เดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา เมื่อต้องการบังคับรถเข็นไฟฟ้าให้ไปในทิศทางใดเพียงแค่เลื่อนคันโยกดังกล่าว รถก็จะหันล้อไปตามทิศนั้นทันที

4. สัญญาณเสียงแตร

สำหรับผู้ใช้งานบางคนที่มีอายุมาก ไม่สามารถส่งเสียงดังใด ๆ ได้ สัญญาณปุ่มแตรตรงนี้จะช่วยบอกคนที่อยู่ด้านหน้าให้รู้ว่าตนเองกำลังเคลื่อนที่ไป อีกทั้งยังมีประโยชน์ในกรณีต้องการขอความช่วยเหลืออีกด้วย

5. หน้าจอแสดงระดับแบตเตอรี่

อย่างที่กล่าวไปว่ารถเข็นไฟฟ้าจะใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ดังนั้นจึงต้องมีแถบสำหรับแสดงค่าพลังงานว่าตอนนี้อยู่ในระดับใด สามารถใช้งานได้อีกนานแค่ไหน เพื่อเตรียมความพร้อมในการชาร์จให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทางครั้งถัดไป

วิธีใช้งานรถเข็นไฟฟ้าให้เกิดความปลอดภัยที่สุด

รถเข็นไฟฟ้า รุ่นไหนดี

1. ปรับระดับความเร็วให้เหมาะสม

เรื่องความเร็วเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก ไม่แนะนำให้ทำระดับความเร็วสูงจนเกินไปเพราะในกรณีที่เส้นทางข้างหน้าขรุขระหรือมีสิ่งของกีดขวางอยู่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้นหากไมมีการเบรกที่รวดเร็วมากพอ

2. ใช้งานกับพื้นที่ปลอดภัยเท่านั้น

ต้องทำความเข้าใจว่ารถเข็นไฟฟ้าไม่ใช่ยานพาหนะสำหรับการขับขี่ จึงต้องใช้งานบริเวณพื้นที่ปลอดภัย เช่น บนทางเท้า สวนสาธารณะ อย่าออกไปเข็นตามถนนหน้าบ้านหากไม่จำเป็น เพราะถ้ารถที่ขับมาไม่ได้สังเกตอาจมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ และไม่แนะนำให้ใช้งานกับบันไดเลื่อนแบบขั้นเพราะโอกาสเสี่ยงในการเกิดความผิดพลาดมีสูง

3. ล็อกรถทุกครั้งเมื่อหยุดใช้งานชั่วคราว

สำหรับคนที่เข็นหากมีการหยุดรถเพื่อทำกิจธุระไม่ว่าพื้นที่ใดก็ตามต้องจอดให้เป็นระเบียบไม่เกะกะขวางทางผู้อื่น และทำการล็อกรถให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันรถไหลออกไปจากบริเวณดังกล่าว ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุกับคนนั่งได้

4. ควรคาดเข็มขัดให้เรียบร้อยสำหรับคนนั่ง

รถเข็นไฟฟ้าหลาย ๆ รุ่นจะมีเข็มขัดสำหรับคาดเพื่อความปลอดภัย แม้ผู้นั่งจะรำคาญหรือรู้สึกอึดอัดที่โดนล็อกเอาไว้ตลอด แต่มันสร้างความปลอดภัยได้มากกว่าที่คิดจริง ๆ 

5. เข็นด้วยความระมัดระวังที่สุด

สำหรับผู้เข็นต้องสังเกตเส้นทางอยู่ตลอดและเลือกใช้เฉพาะเส้นทางที่มีความปลอดภัยเท่านั้น รวมถึงกรณีที่ต้องเข็นผ่านพื้นที่แคบคนนั่งไม่ควรนำส่วนใดยื่นออกจากบริเวณรถเพราะอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บ การขีดข่วนได้

6. ตรวจสอบสภาพรถทุกครั้งก่อนการใช้งาน

อีกเรื่องที่ห้ามมองข้ามคือ ก่อนำรถเข็นไฟฟ้าไปใช้ควรมีการตรวจสอบสภาพให้เรียบร้อยก่อน เช่น พลังงานแบตเตอรี่เพียงพอ, ล้อรถไม่มีสิ่งผิดปกติ, เบาะนั่งยังรับน้ำหนักได้ดี เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เกิดความปลอดภัยเมื่อใช้งานไม่ว่าสถานการณ์ใดก็ตาม

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://wheelchairmate.wordpress.com/

รีวิว รถเข็นไฟฟ้า รุ่นไหนดี น่าสนใจบ้าง

เพื่อการเลือกใช้งานอย่างเหมาะสม สำหรับคนที่กำลังมองหารถเข็นไฟฟ้าเพื่อไว้ให้คนในครอบครัวหรือตนเอง ก็มีสินค้า 5 รุ่นมาที่อยากนำเสนอมาให้ลองพิจารณา สร้างความสะดวกสบาย ปลอดภัย และสามารถไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น มาดูกันว่า รถเข็นไฟฟ้า รุ่นไหนดี น่าลงทุนกันบ้าง

1. รีวิว JIESUQI รถเข็นไฟฟ้า รุ่น อัปเกรด

รถเข็นไฟฟ้า

รถเข็นไฟฟ้าที่เหมาะกับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่เดินเองไม่ถนัด รับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 150 กิโลกรัม ขณะที่ตัวสินค้าหนักเพียง 30 กิโลกรัม จึงสามารถขนย้ายได้สะดวกเมื่อพับ โครงสร้างมีความมั่นคง แข็งแรง จุดเชื่อมยึดแน่น ไม่เปลี่ยนรูปหรือพังเสียหายง่าย

พลังงานไฟฟ้าใช้ระบบมอเตอร์คู่จึงช่วยให้ขับเคลื่อนไปในระยะทางที่ไกลขึ้น หากเส้นทางเป็นเนินก็ยังเคลื่อนที่ได้ ไม่ลื่นไหล เบาะใช้วิธีการเย็บแบบผ้ารังผึ้ง ช่วยระบายอากาศและความร้อน ไม่รู้สึกอับชื้น สัมผัสนุ่มสบาย ตัวล้อมีขนาดใหญ่ เป็นยางชนิดเติมลม จึงไม่ต้องกลัวว่าจะแตกหัก ช่วยรับน้ำหนักในกรณีเกิดการกระแทก

มีดอกล้อช่วยลดแรงเสียดทานและความลื่นบนถนน เคลื่อนข้ามสิ่งกีดขวางได้ง่ายมาก เหมาะกับการใช้งานในทุกสภาพพื้นผิว ระบบล็อกเป็นแบบคู่ช่วยลดการไหลของตัวรถ คันโยกปรับทิศทางได้ 360 องศา พร้อมปุ่มต่าง ๆ ครบถ้วนบนแผงบังคับ เข็มขัดสามารถปรับระดับเพื่อให้เหมาะกับผู้ใช้งานทุกสรีระ เบรกมือบริเวณล้อสะดวกต่อการใช้ทั้งผู้นั่งและผู้เข็น

จุดเด่น

  1. น้ำหนักของตัวรถไม่เยอะ เคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้ง่าย
  2. ระบบมอเตอร์แบบคู่ช่วยให้ระยะทางการขับเคลื่อนไกลยิ่งขึ้น
  3. เบาะรองนั่งและพนักพิงผ่านการเย็บแบบรังผึ้ง ช่วยระบายอากาศได้ดี

2. รีวิว ROVED รถเข็นไฟฟ้า รุ่น Standard

รถเข็นไฟฟ้ารุ่นมาตรฐาน มีการออกแบบให้เหมาะกับสรีระของผู้ใช้งานพร้อมโครงเหล็กสีดำจึงมีความแข็งแกร่ง รองรับน้ำหนักตัวได้ถึง 120 กิโลกรัม แบตเตอรี่แบบ Lead Acid ทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน ชาร์จแล้วไม่เสื่อมสภาพง่าย หากชาร์จเต็ม 1 ครั้ง จะขับเคลื่อนได้ 15 กิโลเมตร

ตัวเบาะสามารถถอดออกมาซักทำความสะอาดเพื่อยืดอายุการใช้งานได้ พนักแขนยกขึ้นสำหรับการจับลำตัวของผู้ใช้งานให้สะดวกยิ่งขึ้น ระบบเบรกมีคันโยกล้อคู่เพื่อ ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุได้อย่างดี อัตราความเร็วสูงสุด 6 กิโลเมตร / ชั่วโมง ขนาดของเบาะ 46 x 42 เซนติเมตร ไม่รู้สึกอึดอัด แผงหน้าปัดควบคุมมีปุ่มครบถ้วนทั้งการปรับความเร็ว แสดงหน้าจอแบตเตอรี่

คันโยกสามารถหมุนได้แบบ 360 องศา เพื่อการใช้งานที่สะดวกยิ่งกว่าเดิม โดยสีสันจะถูกตัดบริเวณตัวเบาะเลือกได้ 3 สี คือ สีดำ สีแดง และสีน้ำเงิน ตัวรถน้ำหนัก 45 กิโลกรัม 

จุดเด่น 

  1. แบตเตอรี่แบบ Lead Acid มีความทนทาน ชาร์จ 1 ครั้งใช้งานได้ไกลถึง 15 กิโลเมตร
  2. พนักแขนยกขึ้นได้ จึงสะดวกต่อผู้เข็นหรือคนที่ต้องพยุงเพื่อจับนั่ง
  3. เบาะสามารถถอดออกไปซักเพื่อความสะอาดและยืดอายุการใช้งานได้

3. รีวิว Senior Care รถเข็นไฟฟ้า รุ่น Inspire-L

รถเข็นไฟฟ้าแบบพับได้โฉมใหม่ล่าสุด ตัวรถผลิตด้วยโครงสร้างของอะลูมิเนียม-อัลลอยด์ จึงมีความแข็งแรงทนทาน กันสนิม น้ำหนักเบาเพียง 26.5 กิโลกรัม ขนาดเมื่อกางออกเต็มที่ 110 x 63 x 96 เซนติเมตร นำขึ้นเครื่องบินได้ เพราะผ่านการรับรองมาตรฐานการส่งออกต่างประเทศ

รับน้ำหนักผู้ใช้งาน 120 กิโลกรัม อัตราความเร็วสูงสุด 6 กิโลเมตร / ชั่วโมง ขับเคลื่อนบนระดับทางลาดชันได้สูงสุด 12 องศา ใช้ยางตันทั้ง 4 ล้อ แบตเตอรี่ลิเธียม ชาร์จ 1 ครั้ง ใช้งานได้ระยะทาง 20-25 กิโลเมตร ตัวเบาะมีการเสริมความหนาแบบพิเศษนั่งแล้วสบายตัวยิ่งขึ้น ผ้าหุ้มด้านนอกตัวเบาะผลิตจากไนลอนด้วยรูปแบบการถักทอตาข่ายช่วยให้การระบายความชื้นดีเยี่ยม

ถอดซักทำความสะอาดได้ แป้นบังคับมีโหมดต่าง ๆ ให้ครบถ้วน ปรับความเร็วได้ 5 ระดับ พิเศษด้วยระบบ Sleep Mode มอเตอร์จะหยุดทำงานอัตโนมัติหากไม่ได้มีการเข็นหรือใช้งานใด ๆ ปรับย้ายให้อยู่ในระดับที่ผู้ใช้ต้องการได้ และเมื่อปล่อยมือออกจากแป้นรถจะหยุดทำงานทันที ช่วยประหยัดพลังงานมากขึ้นกว่าเดิม สปริงคู่หน้าแบบกันสะเทือนช่วยให้การเข็นในทุกเส้นทางนิ่มนวลขึ้น ระบบเบรกไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย 

จุดเด่น

  1. โครงสร้างทำจากอะลูมิเนียม-อัลลอยด์ แข็งแรง ทนทาน กันสนิมได้อย่างดีเยี่ยม
  2. น้ำหนักเบามากเพียง 26.5 กิโลกรัม เคลื่อนย้ายสะดวก
  3. มาตรฐานการผลิตส่งออกระดับโลก ผ่านการรับประกันสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้

4. รีวิว Cosin รถเข็นไฟฟ้า รุ่น Color 180H

รถเข็นไฟฟ้าสำหรับผู้จำเป็นต้องใช้งานทุกประเภท โครงสร้างทำจากเหล็กพ่นสีป้องกันสนิมอย่างดี จึงมีความแข็งแรง ทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน บริเวณล้อจะมีตัวกันหงายทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพิ่มความปลอดภัยเมื่อต้องใช้งานด้วยตนเอง

ตัวล้อเป็นยางตันไม่ต้องเติมลม ดูแลง่าย เบาะรองนั่ง พนักพิงหลัง และพนักพิงศีรษะมีการเพิ่มช่องระบายอากาศเพื่อความสบาย ไม่เกิดการอับชื้น พร้อมถอดออกมาซักทำความสะอาดได้ ที่วางเท้าและส่วนรองหลังปรับให้เข้ากับสรีระของผู้ใช้งานตามท่าทางตามต้องการ รถทั้งคันน้ำหนัก 48 กิโลกรัม พับเก็บได้ รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 120 กิโลกรัม อัตราความเร็วสูงสุด 6 กิโลเมตร / ชั่วโมง ขึ้นทางลาดชันได้สูงสุด 15 องศา

แป้นบังคับมีระบบครบถ้วน แสดงระดับแบตเตอรี่ชัดเจน คันโยกหมุนได้ 360 องศา เมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 1 ครั้ง เคลื่อนที่ได้ไกล 15 กิโลเมตร ในกรณีที่รถเข็นถอยหลังจะมีเสียงเตือนแจ้ง ระบบเบรกเป็นแบบ EABS รถจะหยุดเคลื่อนที่ทันทีเมื่อปล่อยมือจากแป้นบังคับ 

จุดเด่น

  1. บริเวณล้อมีตัวกันหงายทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
  2. ระบายอากาศได้ดีด้วยช่องระบายอากาศทั้งบริเวณเบาะรอง พนักพิงหลัง และพนักพิงศีรษะ
  3. เมื่อรถถอยหลังจะมีสัญญาณเสียงแจ้งเตือน

5. รีวิว Karma รถเข็นไฟฟ้า รุ่น FLEXX

ด้วยการออกแบบของรถเข็นไฟฟ้ารุ่นนี้ที่เน้นน้ำหนักให้มีความเบามากที่สุดเพียง 27.5 กิโลกรัม อีกทั้งยังพับเก็บได้ง่าย ใส่กระโปรงหลังท้ายรถได้ทุกรุ่น จึงเหมาะกับการนำไปใช้งานได้ทุกสถานที่ รองรับน้ำหนัก 100 กิโลกรัม ถูกออกแบบให้ตรงกับหลักสรีระศาสตร์ พร้อมเสริมความแข็งแรงให้กับตัวรถด้วยการเติมบาร์คู่ X-Bar จึงมั่นใจในทุกการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

แบตเตอรี่ลิเธียมขนาด 26.1 mAh มีน้ำหนักเบา ติดตั้งและถอดออกได้ง่าย จึงชาร์จไฟได้กับทุกวิธี ทำความเร็วได้สูงสุด 8 กิโลเมตร / ชั่วโมง เมื่อชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ขับเคลื่อนได้ไกลถึง 20 กิโลเมตร มือจับสำหรับคนเข็นออกแบบใหม่ พับเก็บเองได้ ไม่เกะกะ

ตัวแผงควบคุมมีการออกแบบให้เอียงออกด้านข้างเล็กน้อย ป้องกันเข่าของผู้นั่งกระแทกในตอนลุกยืนและลงนั่ง อีกทั้งยังช่วยไม่ให้นิ้วโดนหนีบระหว่างแป้นกับตัวผู้ใช้งานด้วย แป้นควบคุมมีระบบต่าง ๆ ครบถ้วน พนักหลังปรับระดับเพื่อความพอดีระหว่างใช้งาน ไม่เมื่อย และไม่อึดอัด

จุดเด่น

  1. มีน้ำหนักเบามากเพียง 27.5 กิโลกรัม เมื่อรวมแบตเตอรี่จะหนักเพียง 33 กิโลกรัมเท่านั้น
  2. เมื่อชาร์จไฟ 1 ครั้ง ใช้งานได้ถึง 20 กิโลเมตร
  3. มือจับพับเก็บได้ สะดวกต่อคนเข็น

สรุป รถเข็นไฟฟ้า รุ่นไหนดี เหมาะกับการใช้งานที่สุด

จากรีวิวทั้งหมดมานี้ขอยกให้กับ JIESUQI รถเข็นไฟฟ้า รุ่น อัปเกรด ด้วยน้ำหนักเบา พับเก็บได้ จึงสะดวกต่อการนำไปใช้งานในสถานที่ต่าง ๆ ตัวยางเป็นแบบเติมลม ลดความเสี่ยงการแตกหัก รองรับน้ำหนักได้ถึง 150 กิโลกรัม พร้อมระบบมอเตอร์คู่จึงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เหมาะกับการใช้งานในทุกสภาพพื้นผิว ระบบควบคุมครบถ้วน สะดวกและคุ้มค่าทั้งผู้เข็นและผู้นั่ง

Similar Posts