USB HUB ยี่ห้อไหนดี

รีวิว 5 อันดับ USB HUB ยี่ห้อไหนดี ฉบับปี 2022 ตอบโจทย์การใช้งาน

USB HUB เป็นอุปกรณ์เสริมใช้สำหรับเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ หรือ โน้ตบุ๊ค ระบบ Windows และ MacOS เพื่อให้ตัวเครื่องของอุปกรณ์หลักมีช่องเชื่อมต่อเพิ่มมากยิ่งขึ้น สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมที่หลากหลายรูปแบบ เช่น USB-C , USB-A , HDMI , microSD Card อีกทั้ง USB HUB มีน้ำหนักเบา ขนาดกะทัดรัด พกพาง่าย มีความสะดวกในการใช้งาน ดังนั้นเราชอบรีวิวได้รวบรวม USB HUB ยี่ห้อไหนดี มีคุณสมบัติอะไรกันบ้าง เพื่อให้คุณพิจารณาในการเลือกซื้อให้สอดคล้องและตอบโจทย์การใช้งาน ไปดูกันเลย

USB HUB ยี่ห้อไหนดี 2022

อันดับ 1
Vention USB HUB 2.0
Vention USB HUB 2.0
  • มีช่องต่อสาย USB 5 ช่อง ราคาประหยัด
  • น้ำหนักเบา พกพาง่าย ไปได้ทุกได้ที่
  • มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลผ่าน USB 480Mbps
  • ดีไซน์ขนาดกะทัดรัด ดูทันสมัย
อันดับ 2
ORICO USB HUB (TWU3)
ORICO USB HUB (TWU3)
  • อุปกรณ์ต่อพ่วง USB 3.0 4 ช่อง มีพอร์ตสำหรับจ่ายไฟสำรอง มีกำลังไฟ 5V 2A
  • USB 3.0 เป็นนวัตกรรมระดับมาตรฐานในยุคปัจจุบัน
  • มีขนาดกะทัดรัด พกพาง่าย ไปได้ทุกที่
  • เมื่อต่อ USB สายไม่หลวม ใช้งานเต็มประสิทธิภาพ
  • มีความเสถียรต่อการใช้งาน
อันดับ 3
UGREEN รุ่น 20197
UGREEN รุ่น 20197
  • ช่องเสียบ USB 3.0 4 ช่อง และช่องเสียบ DOCK, HDMI รองรับความละเอียด 4K 1 ช่อง ทำให้รองรับทุกการใช้งานเพียงพอ
  • ทนทานต่อแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะใช้วัสดุ Aluminum Alloy
  • มีน้ำหนักเบาและขนาดบางมาก พกพาได้ง่ายUSB-Type C ทำให้อ่านข้อมูลได้รวดเร็ว และส่งข้อมูลที่ว่องไว

แนะนำ 5 อันดับ USB HUB ยี่ห้อไหนดี

สำหรับ 5 อันดับ USB HUB ยี่ห้อไหนดี ที่น่าสนใจในราคาจับต้องได้ เพื่อให้คุณได้วางแผนก่อนเลือกซื้อ USB HUB ให้สอดคล้องและตอบโจทย์การใช้งาน หมดปัญหาเรื่องการเชื่อมต่อ USB ไม่เพียงพอ ดังนั้นไปพบ 5 อันดับ USB HUB ยอดนิยมที่เราคัดสรรมาให้คุณ ดังต่อไปนี้

1. Vention USB HUB 2.0

Vention USB HUB 2.0

เริ่มต้นกันที่อันดับแรก Vention USB HUB 2.0 เป็นอุปกรณ์ต่อพ่วง มีช่องเชื่อมต่อ USB 5 ช่อง ราคาประหยัด มีดีไซน์ขนาดกะทัดรัด ดูทันสมัย มีน้ำหนัก 83 กรัม ออกแบบให้มีขนาดพกพา ช่วยให้คุณพกพาไปได้ทุกที่ เชื่อมต่ออุปกรณ์ กับแล็ปท็อป คอมพิวเตอร์ และเข้าถึงอุปกรณ์ USB ได้ตลอดเวลา และมีความเร็วในการรับส่งข้อมูลผ่าน USB 480Mbps

จุดเด่น
  • มีช่องต่อสาย USB 5 ช่อง ราคาประหยัด
  • น้ำหนักเบา พกพาง่าย ไปได้ทุกได้ที่
  • มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลผ่าน USB 480Mbps
  • ดีไซน์ขนาดกะทัดรัด ดูทันสมัย
จุดควรพิจารณา
  • ช่อง USB 2.0 เป็นนวัตกรรมที่ล้าสมัย ควรเป็น USB 3.0 เพื่อความเสถียรในการเชื่อมต่อ และความรวดเร็วในการรับ-ส่งข้อมูล
  • ความยาวสายเชื่อมต่อสั้นจนเกินไป

2. ORICO USB HUB (TWU3)

ORICO USB HUB (TWU3)

อันดับสอง ORICO USB HUB (TWU3) เป็นอุปกรณ์ต่อพ่วง USB 3.0 มีช่องเชื่อมต่อ 4 ช่อง มีพอร์ตสำหรับจ่ายไฟสำรอง มีกำลังไฟ 5V 2A ความยาวสายเคเบิล 15 ซม. มีขนาดกะทัดรัด พกพาง่าย ไปได้ทุกที่ เชื่อมต่ออุปกรณ์ เชื่อมต่ออุปกรณ์สามารถถ่ายโอนส่ง-รับข้อมูลได้รวดเร็ว เพราะมี USB 3.0 เป็นนวัตกรรมระดับมาตรฐานในยุคปัจจุบัน มีความเสถียรต่อการใช้งาน

จุดเด่น
  • อุปกรณ์ต่อพ่วง USB 3.0 4 ช่อง มีพอร์ตสำหรับจ่ายไฟสำรอง มีกำลังไฟ 5V 2A
  • USB 3.0 เป็นนวัตกรรมระดับมาตรฐานในยุคปัจจุบัน
  • มีขนาดกะทัดรัด พกพาง่าย ไปได้ทุกที่
  • เมื่อต่อ USB สายไม่หลวม ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ
  • มีความเสถียรต่อการใช้งาน
จุดควรพิจารณา
  • ความยาวสายเชื่อมต่อสั้นจนเกินไป มีความยาวเพียง 15 เซนติเมตรเท่านั้น

3. UGREEN รุ่น 20197

UGREEN รุ่น 20197

  UGREEN รุ่น 20197 เป็น USB Type C HUB มาพร้อมกับช่องเสียบ USB 3.0 มีช่องเชื่อมต่อ 4 ช่อง และช่องเสียบ DOCK, HDMI รองรับความละเอียด 4K 1 ช่อง ตัวนี้เป็นอุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ Macbook, iPAD หรืออุปกรณ์ที่รองรับ USB type-C ด้วย USB 3.0 ทำให้เชื่อมต่อได้รวดเร็ว ทนทานต่อแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะใช้วัสดุ Aluminum Alloy ซึ่งทำให้ตัวอุปกรณ์มีน้ำหนักเบาและขนาดบางมากขึ้นไปในเวลาเดียวกัน ทำให้พกพาได้ง่าย ดีไซน์สวย หรูหรา น่าใช้งาน

จุดเด่น
  • ช่องเสียบ USB 3.0 4 ช่อง และช่องเสียบ DOCK, HDMI, USB Type C รองรับความละเอียด 4K 1 ช่อง ทำให้รองรับทุกการใช้งานได้เพียงพอ
  • ทนทานต่อแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะใช้วัสดุ Aluminum Alloy
  • มีน้ำหนักเบาและขนาดบางมาก พกพาได้ง่าย
  • USB-Type C ทำให้อ่านข้อมูลได้รวดเร็ว และส่งข้อมูลที่ว่องไว
จุดควรพิจารณา
  • ความยาวสายเชื่อมต่อสั้นจนเกินไป
  • USB-Type C อาจทำให้ใช้งานได้ไม่ครบทุกอุปกรณ์

4. OWIRE รุ่น SY-0716

OWIRE รุ่น SY-0716

มาถึงอันดับรองสุดท้าย OWIRE รุ่น SY-0716 มาพร้อมกับช่อง USB 2.0 มีช่องเชื่อมต่อ 4 ช่อง ใช้วัสดุ ABS ระบายความร้อนได้ดี มีน้ำหนัก 50 กรัม น้ำหนักเบา พกพาสะดวก เชื่อมต่ออุปกรณ์ USB Type C และเข้าถึงอุปกรณ์ USB ได้ตลอดเวลากับสายเชื่อมต่อเคเบิลยาว 30 เซนติเมตร และมีความเร็วในการรับส่งข้อมูลผ่าน USB 480Mbps มีดีไซน์ออกแบบสีแดงและสีดำคลาสิก ดูสวยงาม น่าใช้งาน

จุดเด่น
  • มีน้ำหนัก 50 กรัม น้ำหนักเบา พกพาสะดวก เข้าถึงอุปกรณ์ USB ได้ตลอดเวลา
  • พอร์ตเชื่อมต่อมาตรฐานใช้งานได้ทุกอุปกรณ์ที่รองรับ USB 2.0
  • มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลผ่าน USB 480Mbps
  • ช่อง USB 2.0 4 ช่อง ราคาประหยัด
จุดควรพิจารณา
  • ช่อง USB 2.0 เป็นนวัตกรรมที่ล้าสมัย ควรเป็น USB 3.0 เพื่อความเสถียรในการเชื่อมต่อ และความรวดเร็วในการรับ-ส่งข้อมูล

5. UGREEN รุ่น 50263

UGREEN รุ่น 50263

มาถึง USB HUB อันดับสุดท้ายกับ UGREEN รุ่น 50263 มาพร้อมกับ USB 3.0 มีช่องเชื่อมต่อ 4 ช่อง และความยาวสายเชื่อมต่อ 25 เซนติเมตร ขนาดเล็กกะทัดรัด เหมาะกับพกพาไปทุกที่ เชื่อมต่ออุปกรณ์มีความเร็วการโอนถ่ายข้อมูลสูงสุดที่ 5Gbps หรือประมาณ 10 เท่าของ USB 2.0 ที่ทำได้เพียง 480 Mbps มีไฟ LED แสดงสถานะในการทำงาน และมีความปลอดภัยสูง มีระบบป้องกันตัดกระแสไฟฟ้ารั่ว ลัดวงจร และแรงดันไฟฟ้าเกินอัตโนมัติ

จุดเด่น
  • USB 3.0 4 ช่อง มีความเร็วการโอนถ่ายข้อมูลสูงสุดที่ 5Gbps
  • มีความปลอดภัยสูง มีระบบป้องกันตัดกระแสไฟฟ้าอัตโนมัติ
  • มีไฟ LED แสดงสถานะในการทำงาน
  • ขนาดกะทัดรัด พกพาง่าย
จุดควรพิจารณา
  • ความยาวสายเชื่อมต่อสั้นจนเกินไป 25 เซนติเมตรเท่านั้น

USB HUB คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร

ในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไอทีเป็นสาย USB (Universal Serial Bus)  เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีต้องปรับตัวให้ทันสมัยและใช้งานร่วมกันได้ทั่วโลก เข้าสู่ยุค Smart World ที่ต้องอาศัยการทำงานหรือใช้งานผ่านการเชื่อมต่อ USB ซึ่งบางครั้งมีพอร์ตเชื่อมต่อ USB ไม่เพียงพอ

จึงต้องอาศัย USB HUB เข้ามาช่วยในการเชื่อมต่อ เช่น จากเดิมคอมพิวเตอร์มี USB 2 ช่อง หากซื้อ USB HUB 4 Port ทำให้เพิ่มการเชื่อมต่อจาก 2 ช่อง เป็น 6 ช่อง เป็นต้น ดังนั้น USB Hub มีแนวโน้มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมากขึ้นในอนาคต เช่น เช่น USB-C , USB-A , HDMI , microSD Card เพราะสามารถใช้งานร่วมกันได้หลายอุปกรณ์ ทั้งการใช้กับสมาร์ทโฟน หรือแม้กระทั่ง Macbook คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ไอทีและอุปกรณ์ไฟฟ้านั่นเอง

วิธีเลือกซื้อ USB HUB ยี่ห้อไหนดี 

USB HUB ยี่ห้อไหนดี น่าลงทุน

1. เลือกตามอุปกรณ์ที่ใช้งาน

สำหรับการเลือกซื้อ USB HUB ยี่ห้อไหนดี ให้คุณเลือกจากอุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่ว่า สายเชื่อมต่อเป็น USB ประเภทอะไร เช่น USB-A หรือ USB-C ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ USB ในปัจจุบันยังไม่ไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นควรเลือก USB HUB ให้สอดคล้องกับอุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่

2. จำนวนช่องเชื่อมต่อ USB

อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องพิจารณาคือ จำนวนช่องเชื่อมต่อ USB HUB ควรมีช่อง USB เกิน 3 ช่อง เพราะเป็นจำนวนเพียงพอต่อการใช้งาน ไม่น้อยจนเกินไป เพราะจุดประสงค์ของ USB HUB คือเป็นตัวช่วยให้คุณใช้งานอุปกรณ์ได้เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

3. ขนาดและดีไซน์ตัวเครื่อง

ขนาดและดีไซน์ตัวเครื่องเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ เพราะรูปแบบ USB HUB แนวตั้งใช้งานได้ง่ายกว่ารูปแบบแนวนอน ซึ่งแนวตั้งไม่ใช้พื้นที่เยอะจนเกินไป สามารถเก็บสายเข้าที่ได้ง่าย ไม่เกะกะ แต่ถ้าแนวนอนต้องวางขวางพื้นที่ดูเกะกะ และน้ำหนักไม่ควรเกิน 80 กรัม ถึงจะเหมาะสำหรับพกพาไปได้ทุกที่อีกด้วย

ประเภทอุปกรณ์เสริมในการเชื่อมต่อ USB HUB

USB HUB ยี่ห้อไหนดี

1. USB-C


USB-C หรือ USB-Type C คือ เป็น USB ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่ มาพร้อมกับเทคโนโลยี USB 3.1 มีประสิทธิภาพมากกว่า USB-A 2.0 หรือ 3.0 และในอนาคตคาดว่าเป็นมาตรฐานใหม่ในวงการไอทีหรืออุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ช่วยในเรื่องถ่ายโอนข้อมูลที่รวดเร็ว รองรับการจ่ายไฟได้มากขึ้น

2. USB-A


USB-A หรือ USB-Type A เป็น USB ที่คุณสามารถพบเห็นได้ทั่วไปและบ่อยที่สุด เช่น Flash Drive, Mouse, Keyboard เป็นต้น โดย USB-A 2.0 เป็นเทคโนโลยีค่อนข้างเก่า มีความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูล 480 Mbps เท่านั้น และมีการพัฒนาใหม่เป็น USB 3.0 มีความเร็วในการถ่ายโอน 5 Gbps เร็วขึ้นจากเดิมหลายเท่า

3. HDMI


HDMI คือพอร์ตการเชื่อมต่อสัญญาณมัลติมีเดียทั้งภาพและเสียงแบบดิจิทัล โดยทำให้ภาพและเสียงมีคุณภาพสูง ภาพคมชัด ซึ่งมีรูปแบบการเชื่อมต่อ HDMI to USB ทำให้ใช้งานร่วมกับ USB HUB ได้ เช่น ใช้สมาร์ทโฟนเชื่อมต่อ HDMI เข้าคอมพิวเตอร์ ใช้ร่วมกับ USB HUB ทำให้ภาพและเสียงบนสมาร์ทโฟนไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ เป็นต้น

4. microSD Card


microSD Card ใช้สำหรับเก็บข้อมูลได้ทั้งสมาร์ทโฟนและกล้องถ่ายภาพหลายยี่ห้อ เช่น ไฟล์เพลง, ไฟล์ภาพ, ข้อมูลเอกสารต่างๆที่เก็บไว้บนพื้นที่ microSD Card ซึ่งใช้งานร่วมกับ USB HUB และต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ของเราได้ ทำให้ถ่ายโอนข้อมูลต่างๆเก็บไว้บนคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย

บทสรุป USB HUB ยี่ห้อไหนดี 2022 เหมาะกับการใช้งาน

สำหรับการเลือกซื้อ USB HUB ยี่ห้อไหนดี 2022 เหมาะกับการใช้งาน เราขอแนะนำ Vention USB HUB 2.0 เพราะมีอุปกรณ์ต่อพ่วง USB 5 ช่อง ราคาประหยัด มีดีไซน์ขนาดกะทัดรัด ดูทันสมัย พกพาไปได้ทุกที่ เข้าถึงการเชื่อมต่อได้ตลอดเวลา แม้จะเป็น USB 2.0 แต่มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลผ่าน USB 480Mbps และเป็นความเร็วที่เสถียรต่อการใช้งาน อีกทั้งเมื่อต่อสาย USB กับ USB HUB มีความมั่นคง แข็งแรง สายไม่หลวม เหมาะแก่การใช้งานทุกรูปแบบอย่างยิ่ง

Similar Posts