หูฟังออกกำลังกาย ยี่ห้อไหนดี

รีวิว 5 หูฟังออกกำลังกาย ยี่ห้อไหนดี ปี 2022 เสียงคมชัด ฟังเพลงเพลิน

ทุกคนรู้ดีว่าการออกกำลังกายคือวิธีที่ช่วยให้มีสุขภาพแข็งแรง แต่ถ้าหากต้องทำโดยขาดเสียงเพลงคงรู้สึกเบื่อและไม่สนุก ครั้นจะเปิดกับมือถือดัง ๆ ก็รบกวนผู้อื่น หูฟังไร้สายหรือหูฟังสำหรับออกกำลังกาย จึงเป็นอีกอุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้ ทั้งการคาร์ดิโอ เล่นบนลู่วิ่งไฟฟ้าในยิม การวิ่งตามสวนสาธารณะ หรือปั่นจักรยาน นี่คือผู้ช่วยที่ทำให้คุณสนุกเพลิน ซึ่งใครยังไม่รู้ว่าจะเลือกซื้ออย่างไร ชอบรีวิวมีรีวิว 5 หูฟังออกกำลังกาย ยี่ห้อไหนดี ปี 2022 มาฝากกันแล้ว

หูฟังออกกำลังกาย ยี่ห้อไหนดี

รีวิว 5 หูฟังออกกำลังกาย ยี่ห้อไหนดี ปี 2022 เสียงชัด ฟังเพลิน

ไม่ว่าคุณเป็นสายออกกำลังกายที่มองหาหูฟังดี ๆ สักรุ่นไว้ใช้ หรืออยากเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพด้วยการออกกำลังกายมากขึ้น จึงพยายามมองหาอุปกรณ์ที่ช่วยให้รู้สึกเพลิดเพลิน “ชอบรีวิว” จะขอนำเสนอรีวิว 5 หูฟังออกกำลังกาย ยี่ห้อไหนดี เสียงดังคมชัด ฟังกันเพลินจนลืมเหนื่อยมาฝากกันแล้ว เช็คลิสต์กันเลย

1. JBL Endurance Sprint

หูฟังออกกำลังกาย JBL

เริ่มต้นด้วย หูฟังบลูทูธ หูฟังแบบ In-Ears รุ่นนี้โดดเด่นด้วย การกันน้ำระดับ IPX7 การใช้งานต่อเนื่องนาน 8 ชม. ชาร์จเพียง 10 นาที ใช้ได้ทันที 1 ชม. มีตัวเกี่ยวแม่เหล็กติดได้กับปกเสื้อ ไม่มีหลุด ระบบกดปุ่มเล่นเพลง-หยุดเพลงจากตัวหูฟังเอง รับสายพูดคุยได้ ออกแบบมาให้สวมใส่ในรูหูได้สบายกับทุกกิจกรรม วัสดุทำจากซิลิโคน มีน้ำหนักเบา รองรับบลูทูธ 4.2

ใครเป็นสายออกกำลังกายกลางแจ้ง มองหา หูฟังบลูทูธที่ใช้งานดี ไม่หลุดง่าย ได้กับการใช้งานได้ทุกกิจกรรมที่ชอบ เหมาะกับการออกกำลังกายแบบต่างๆ นี่คือตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามอย่างแท้จริง

จุดเด่น
  • กันน้ำระดับ IPX7 ลึกสูงสุด 1 เมตร
  • ใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 8 ชม.
  • ชาร์จแค่ 10 นาที ใช้งานได้ 1 ชม.
  • ตัวเกี่ยวแม่เหล็กกับปกเสื้อ ไม่ต้องกลัวหลุด
  • มีปุ่มทำงานจากตัวหูฟังได้เลย
จุดควรพิจารณา
  • รองรับการเชื่อมต่อบลูทูธแค่ 4.2
  • เสียงที่ออกมาจะเป็นย่านเสียงแหลมนำ
  • ระบบการกดปุ่มบนหูฟังมักผิดพลาด เช่น จะเพิ่ม-ลดเสียง แต่เป็นการเปลี่ยนเพลงแทน

2. Sony WF-SP800N

หูฟังออกกำลังกาย Sony

ต่อกันกับ หูฟังไร้สาย หูฟังบลูทูธ ที่ใช้งานคุ้มค่า จัดไปกับหูฟังแบบ True Wireless มาตรฐานกันน้ำ กันฝุ่น IP55 Digital Noise Cancelling ตัดเสียงรบกวน Adaptive Sound Control ปรับเสียงตามสถานที่ มีน้ำหนักเบา และกิจกรรมที่ทำ EXTRA BASS เพิ่มพลังให้เพลงหนักแน่นกว่าเคย มีระบบสั่งการด้วยเสียง ฟังเพลง และใช้งานต่อเนื่อง 13 ชม. Quick Attention แค่แตะปุ่มด้านขวาก็สนทนาทันที รองรับ ARC หุ้มแผ่นบุเนื้อนิ่ม ดีไซน์โค้ง 3 มิติ กระชับหูฟัง ใส่สบาย

สุดยอด หูฟังไร้สาย ที่ควรค่ากับการมีไว้ใช้งานมากที่สุด ตอบโจทย์ทุกการลงทุน การใช้งานกิจกรรมต่างๆ พร้อมให้คุณได้สนุกและเพลินไปกับทุกการออกกำลังกายในแต่ละวัน

จุดเด่น
  • มาตรฐานกันน้ำ กันฝุ่น IP55
  • Noise Cancelling ช่วยตัดเสียงรบกวน
  • Adaptive Sound Control ปรับเสียงตามสถานที่และกิจกรรมที่ทำ
  • ฟังเพลงต่อเนื่องได้ยาวนาน 13 ชม.
  • รองรับ ARC หุ้มแผ่นบุเนื้อนิ่ม ดีไซน์โค้ง 3 มิติ รองรับกับหู
จุดควรพิจารณา
  • ใช้เวลาชาร์จเต็มถึง 3 ชม.
  • เสียงเบสลูกใหญ่ ไม่เหมาะกับคนฟังเพลงสบาย ๆ
  • หากเปิดโหมด Noise Cancelling จะฟังได้ต่อเนื่อง 9 ชม.

3. Bose SoundSport Wireless

หูฟังออกกำลังกาย Bose

ต่อกันเลยกับ หูฟังบลูทูธ หูฟังสไตล์ In Ears ใช้เทคโนโลยี Tangle-Free ที่ทำให้สายไม่พันกัน รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth และ NFC การใช้งานได้ต่อเนื่อง 6 ชม. แบบไม่ต้องพัก ชาร์จเต็ม 1 ครั้ง 3 ชม. ทุกย่านเสียงเบส, แหลม, คอนเสิร์ต, เสียงร้องทั่วไปมีความชัดเจน สมดุล ไม่โดดไปในบางทิศทางมากเกินไป เชื่อมต่อผ่านแอปของ Boss ปรับค่าได้ตามต้องการกันเลย

อีกรุ่นของ หูฟัง bluetooth ที่แค่ได้ยินชื่อยี่ห้อก็คุ้นเคยดี พร้อมช่วยให้ทุกการออกกำลังกายของคุณสนุก การใช้งานน่าประทับใจ สร้างสุขภาพที่แข็งแรงได้มากกว่าเคย

จุดเด่น
  • เทคโนโลยี Tangle-Free ที่ทำให้สายไม่พันกัน
  • รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth และ NFC
  • ใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 6 ชม. แบบไม่ต้องพัก
  • ทุกย่านเสียงมีความสมดุลมาก
  • เชื่อมต่อผ่านแอปเฉพาะของ Boss ปรับตั้งค่าได้ตามสะดวก
จุดควรพิจารณา
  • หูฟังเป็นแบบมีสายต้องระวังเรื่องการโดนเกี่ยวระหว่างออกกำลังกาย
  • ใช้เวลาชาร์จเต็ม 1 ครั้ง 3 ชม.
  • จุกหูฟังแข็ง ฟังไปสักพักอาจรู้สึกเจ็บ

4. VIVAN Sport X

หูฟังออกกำลังกาย VIVAN

เป็นหูฟังออกกำลังกายที่ดี ราคาถูกที่ ขอแนะนำเลยกับ หูฟังบลูทูธ หูฟังไร้สาย ระบบกันน้ำ IPX5 นาโน วัสดุทำจากโลหะผสมไทเทเนียม มีน้ำหนักเบา เสียงชัดเจน เสียงเบสแน่น ทรงพลัง แบตเตอรี่ใช้ได้งานต่อเนื่อง 25 ชม. ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ 5.0 เสียงมีความเสถียรมาก เชื่อมต่ออัตโนมัติทันทีเมื่อหยิบใช้งาน ปุ่มกดแบบมัลติฟังก์ชัน ดีไซน์มีการเกี่ยวหูช่วยป้องกันการหลุดระหว่างการใช้งานทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างสบายใจ ใช้รับ-วางสายมือถือได้สะดวกมาก

ไม่ว่าคุณจะชอบการออกกำลังกายสไตล์ไหน หูฟัง bluetooth รุ่นนี้ พร้อมตอบโจทย์ได้อย่างสะดวก และยังไม่รู้สึกถึงการดีเลย์อีกด้วย

จุดเด่น
  • ระบบกันน้ำ IPX5 นาโน
  • วัสดุทำจากโลหะผสมไทเทเนียม เสียงชัดเจน
  • แบตเตอรี่ใช้ได้ต่อเนื่อง 25 ชม.
  • เชื่อมต่อบลูทูธ 5.0 เสียงมีความเสถียรมาก
  • ปุ่มกดแบบมัลติฟังก์ชัน ใช้งานครอบคลุม
จุดควรพิจารณา
  • เสียงเบสแน่น ทุ้ม ไม่เหมาะกับคนฟังเพลงเบา ๆ สบาย ๆ
  • แบตเตอรี่ใช้งานจริงได้ไม่ถึงที่ระบุไว้
  • จุกหูฟังแข็ง ใส่ไปนาน ๆ แล้วอาจรู้สึกเจ็บหู

5. Basspro Max

หูฟังออกกำลังกาย Basspro

ปิดท้ายด้วย หูฟังไร้สาย รุ่นนี้ถือว่าราคาคุ้มค่า ระดับการกันน้ำ IPX7 หูฟังประเภท In Ear กระชับกับรูหู ไม่หลุดง่าย รองรับการเชื่อมต่อทั้ง iOS, Android ตัดเสียงรบกวนด้วยระบบ CVC 8.0 Noise Reduction แบตเตอรี่จุ 3500 mAh การใช้งานต่อเนื่อง นานถึง 200 ชม. รองรับการชาร์จเร็ว ปุ่มกดระบบสัมผัส รับ-วางสาย เปลี่ยนเพลง เพิ่ม-ลดเสียงง่ายมาก เชื่อมต่อด้วยบลูทูธ 5.0

ใครมองหา หูฟัง bluetooth in ear รุ่นนี้ คุณภาพครบ ราคาถูก นี่คือรุ่นที่ช่วยให้ทุกการออกกำลังกายของคุณ ได้อรรถรสยิ่งกว่าเคย มาสร้างสุขภาพกันดีกว่า

จุดเด่น
  •  ระดับการกันน้ำ IPX7
  • รองรับการเชื่อมต่อทั้ง iOS, Android
  • ตัดเสียงรบกวนด้วยระบบ CVC 8.0 Noise Reduction
  • แบตเตอรี่จุ 3500 mAh สแตนบายนานถึง 200 ชม.
  • ปุ่มกดระบบสัมผัสครบทุกฟีเจอร์ใช้งาน
จุดควรพิจารณา
  • เสียงเบสยังไม่แน่นมาก
  • ระยะห่างจากตัวอุปกรณ์เชื่อมต่อเกิน 2 ม. สัญญาณเริ่มติดขัด
  • หูฟังมีขนาดเล็ก ต้องระวังการร่วงหล่นระหว่างสวม

ประเภทหูฟัง

หากลองสังเกตจะพบว่า หูฟังสปอร์ต มีด้วยกันหลายประเภท ขึ้นอยู่กับความชอบ และความถนัดเมื่อนำไปใช้ ลองมาดูกันว่าประเภทหูฟัง แต่ละรูปแบบที่ใช้นั้นมีความแตกต่างรวมถึงจุดเด่นอย่างไรบ้าง ที่ช่วยให้ตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นกว่าเดิม

หูฟังออกกำลังกาย ยี่ห้อไหนดี

1. หูฟัง Earbuds 

ลักษณะเป็นหูฟังขนาดเล็กที่สอดเข้าไปด้านใน แต่ไม่ถึงกับเข้าลึกสุดรูหู ใช้งานแล้วรู้สึกสบาย ไม่ค่อยอึดอัด แต่การตัดเสียงรบกวนภายนอกไม่ค่อยดีมากนัก

2. หูฟัง In Ears 

ประเภทหูฟัง in ear จัดเป็นหูฟังที่ได้รับความนิยมสูงมาก เพราะเมื่อสอดเข้าไปในรูหูจะเข้าลึกที่สุด ตัดเสียงรบกวนภายนอก ไม่หลุดร่วงง่าย เหมาะกับการออกกำลังกาย 

3. หูฟัง Custom In Ears

ตัวหูฟังจะถูกออกแบบเพื่อให้เข้ากับสรีระของหูผู้สวมใส่โดยเฉพาะ ส่วนมากใช้กับบรรดานักกีฬามืออาชีพ หรือนักร้อง นักดนตรี ใช้การฉีดซิลิโคนสำหรับหล่อและพิมพ์ใบหู ก่อนส่งไปขึ้นรูปต่างประเทศ

4. หูฟัง Bone Conduction 

หรือหูฟังสั่นกระดูก เป็นรูปแบบใหม่ที่เสียงเกิดจากการสั่นของกระดูกแล้วส่งต่อไปในรูหู จึงทำให้ได้ยินทั้งเสียงจากตัวหูฟังและเสียงภายนอกได้ด้วย

การเลือกซื้อ หูฟังออกกำลังกาย

ก่อนตัดสินใจว่าจะซื้อ หูฟังออกกำลังกาย สำหรับการออกกำลังกาย ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีที่ช่วยให้การเลือกซื้อเป็นเรื่องง่ายกว่าเดิม และที่สำคัญได้อุปกรณ์ที่ตรงกับความต้องการ ใช้งานแล้วมีความสุข ทำกิจกรรมอย่างสบายใจไม่มีเบื่อ

หูฟังออกกำลังกาย ยี่ห้อไหนดี

1. เลือกประเภทหูฟังที่ชอบ

หูฟัง แต่ละประเภทจะมีจุดเด่น-จุดด้อยแตกต่างกันออกไป จึงควรเลือกในแบบที่ตนเองชอบมากที่สุด แนะนำว่าหากไม่แน่ใจควรทดลองทุกแบบไปเลย

2. ระดับการกันน้ำ – กันฝุ่น – กันเหงื่อ

ด้วยหูฟังสปอร์ต ต้องพบเจอกับเหงื่อไคล หรือบ่อยครั้งต้องเจอกับฝน ฝุ่นละอองจากการทำกิจกรรมภายนอก สัมผัสกับน้ำที่ล้างหน้าล้างตา ดังนั้นควรสังเกตศึกษาข้อมูลเรื่องการกันน้ำ – กันฝุ่นว่าดีมากน้อยเพียงใด

3. ความยาวนานในการใช้งานต่อครั้ง

แต่ละคนมีระยะเวลาออกกำลังกายไม่เหมือนกัน อาจเกิน 1-2 ชม. จึงควรดูข้อมูลด้วยว่า หูฟังสปอร์ต ที่ตนเองเลือกสามารถใช้งานต่อครั้งได้ยาวนานมากน้อยแค่ไหน เพียงพอกับช่วงเวลาออกกำลังกายต่อครั้งหรือไม่

สรุปรีวิว หูฟังออกกำลังกาย ยี่ห้อไหนดี เสียงคมชัด ฟังเพลินลืมเหนื่อย

หลังจากได้ทำการรีวิว 5 หูฟังออกกำลังกาย ยี่ห้อไหนดี มาแล้ว “ชอบรีวิว” ขอแนะนำ Sony WF-SP800N หูฟังประเภท True Wireless มาตรฐานกันน้ำ กันฝุ่น IP55 ระบบตัดเสียงรบกวน Digital Noise Cancelling การปรับเสียงตามสถานที่และกิจกรรม Adaptive Sound Control 

เทคโนโลยี EXTRA BASS เพิ่มพลังให้เพลงหนักแน่นกว่าเคย สั่งงานด้วยเสียงได้ ฟังเพลงต่อเนื่อง 13 ชม. Quick Attention แค่แตะปุ่มด้านขวาก็สนทนาทันที ออกแบบดีมาก กระชับหูฟัง ใส่สบาย ออกกำลังกายสไตล์ไหนก็หายห่วง

Similar Posts