สกินแคร์รักษาสิว

รีวิว 7 สกินแคร์รักษาสิว skincare ยอดนิยม และทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น ฉบับปี 2021

“ปัญหาสิว” เป็นปัญหาสำคัญที่ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายมักล้วนจะต้องเจอะเจอกันแทบทุกคนไม่ว่าจะเป็นสิวผด สิวอุดตัน สิวอับเสบ ยิ่งขึ้นครั้งหนึ่งยิ่งลามเป็นกันใหญ่ หากไม่ดูแลรักษาดี ๆ ยิ่งทำให้เป็นปัญหาเรื้อรัง มิหนำซ้ำยังฝากรอยดำ รอยแดงไว้เป็นอนุสรณ์ที่คอยย้ำตอนว่าสิวเคยขึ้นในบริเวณนี้มาก่อน ฉะนั้น ก่อนที่สิวจะลุกลามไปกันใหญ่ เรามาตามหา สกินแคร์รักษาสิว ยอดนิยม ที่ว่ากันว่าช่วยรักษาสิว และทำให้ผิวแข็งแรงขึ้นกันดีกว่าค่ะ

โดยเราจะมาแนะนำ 7 สกินแคร์รักษาสิว ที่ช่วยดูแลผิวให้ทุกคน มีสกินแคร์ตัวใดที่น่าสนใจบ้าง มาติดตามกันเลยค่ะ 

  • สกินแคร์รักษาสิว La Roche-Posay Effaclar DUO(+)
  • สกินแคร์รักษาสิว Eucerin Pro Acne Solution A.I Matt Fluid
  • สกินแคร์รักษาสิว Vichy Normaderm Phytosolution Daily Care
  • สกินแคร์รักษาสิว SOME BY MI AHA-BHA-PHA 30DAYS MIRACLE SERUM​
  • สกินแคร์รักษาสิว Bioderma Sebium Pore Refiner
  • สกินแคร์รักษาสิว MizuMi Cica Soothing Moisture Gel
  • สกินแคร์รักษาสิว Madagascar Centella Ampoule
อันดับ 1
9.4
Eucerin Pro Acne Solution A.I Matt Fluid
Eucerin Pro Acne Solution A.I Matt Fluid
  • ลดปัญหาผิวต่าง ๆ รวมถึงสิวอุดตันบริเวณรูขุมขน
  • ลดเลือนรอยสิวต่าง ๆ ที่ปรากฎเกิดขึ้นอย่างชัดเจนบนผิวหน้าให้แลดูลดเลือนและจางลง
  • ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวและสลายสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขน
  • ควบคุมความมันได้นานถึง 8 ชั่วโมง
  • ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียบนผิวหน้าได้เป็นอย่างดี


อันดับ 2
9.2
La Roche-Posay Effaclar DUO(+)
La Roche-Posay Effaclar DUO(+)
  • ลดปัญหาสิวทั้งสิวที่อุดตันอยู่ใต้ผิวหนัง รวมทั้งป้องกันสิวที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ
  • ลดเลือนรอยดำ รอยแดงต่าง ๆ ที่เกิดจากสิว
  • ปรับสมดุลผิว เพิ่มเชื้อแบคทีเรียที่ดี และลดเชื้อแบคทีเรียตัวร้ายที่ทำให้สิวขึ้น
  • ปลอบประโลมและช่วยให้ผิวใหม่แข็งแรงขึ้น
  • ช่วยลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า
อันดับ 3
9
MizuMi Cica Soothing Moisture Gel
MizuMi Cica Soothing Moisture Gel
  • ควบคุมความมันและมอบความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้า
  • ลดปัญหาสิว และป้ิงกันสิวใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
  • ปลอดภัยต่อผิวบอบบางแพ้ง่าย เพราะไม่มีน้ำมัน, น้ำหอม, พาราเบน, แอลกอฮอล์, สีสังเคราะห์ และ ซิลิโคน
  • ปกป้องผิวจากมลภาวะภายนอก รวมถึงฝุ่น PM2.5
  • ฟื้นบำรุงให้ผิวหน้ากลับมาสดใส เปล่งปลั่ง และกลับมาเรียบเนียนได้อีกครั้ง

จุดเริ่มต้นของการเกิดสิว 

หลายคนอาจกำลังรอคอยสกินแคร์ที่จะช่วยรักษาสิวบนผิวหน้าอยู่ใช่มั้ย แต่เรายังมีสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันจะมาเล่าสู่กันฟังเพื่อให้ทุกคนสามารถดูแลผิวหน้าตนเองไม่ให้สิวทั้งหลายมากล้ำกรายบนใบหน้าได้ นั่นก็คือสาเหตุของสิว ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกันปัญหาสิว มาดูกันเลยค่ะว่าสาเหตุของการเกิดสิวมีอะไรบ้าง 

1. น้ำมันที่ถูกผลิตออกมามากเกินไป

การที่น้ำมันใต้ชั้นผิวเพิ่มขึ้นยิ่งรังแต่จะทำให้ชั้นผิวก่อตัวหนาขึ้น จนทำให้มีสิวหลายชนิดเกิดขึ้นบนผิวหน้า อาทิ สิวหัวดำและสิวหัวขาว นอกจากนี้ยังทำให้แบคทีเรีบเติบโตขึ้น และทำให้เกิดการติดเชื้อจนกลายเป็นสิวหัวหรือ และตุ่มนูนเอง 

2. ฮอร์โมน

ฮอร์โมนก็นับเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้ชั้น โดยฮอร์โมนที่ทำให้เกิดสิวนั้นก็คือฮอร์โมนเพซชาย ซึ่งอาจทำให้เกิดการหลั่งไขมันมากเกินไปจนเข้าไปอุดตันท่อไขมันและรู้ขุมขน จนทำให้เกิดสิวได้ในที่สุด 

3. ความเครียด

หลาย ๆ คนที่มีความเครียดอาจไม่ทราบว่าความเครียดนั้นส่งผลกระทบถึงสุขภาพและความงามในหลาย ๆ เรื่องทั้งยังทำให้เกิดสิวได้อีกด้วย เพราะยิ่งเครียดร่างกายของเราก็จะยิ่งหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียด เป็นเหตุให้ต่อมไขมันทำงานหนักขึ้น รวมทั้งเกิดปัญหาเป็นสิว ผิวมันได้ในอนาคต 

4. รูขุมขนอุดตัน

ปัจจัยที่ทำให้สิวปรากฎบนใบหน้า เกิดจาดผิวหนังผลิตน้ำมันมากเกิน เซลล์ผิวหนังที่ตกค้าง เชื้อแบคทีเรียเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดสิวได้ 

การป้องกันการเกิดสิว

สกินแคร์รักษาสิว

ล้างหน้า 2 ครั้งต่อวัน

วิธีการที่สามารถป้องกันผิวหน้าจากสิวได้ดีที่สุดก็คือ ควรล้างหน้า 2 ครั้งต่อวัน หลีกเลี่ยงการเอามือมาสัมผัสบริเวณใบหน้า อย่าใช้เครื่องสำอางเมื่อมีผิวอักเสบ และยาบำรุงบางยี่ห้อมีส่วนผสมที่ทำให้ผิวอุดตันชะงั้นต้องป้องกันอย่างดี 

ตรวจสอบส่วนผสมก่อนใช้เครื่องสำอาง

เพื่อป้องกันปัญหาผิวแพ้ ระคายเคืองผิวจากสารเคมีที่อยู่ภายในสกินแคร์สิ่งที่ควรระมัดระวังคือสารเคมีอันตรายต่อผิวที่ผสมอยู่ภายใน อาทิ พาราเบน น้ำหอม แอลกอฮอล์ เป็นต้น หรือไม่เช่นนั้นก็ควรทดสอบการแพ้ก่อนใช้สกินแคร์ทุกครั้ง

เช็ดด้วยโทนเนอร์ก่อนบำรุงผิว

สาเหตุหลักของปัญหาสิวคือสิ่งสกปรกที่มักจะอุดตันอยู่บริเวณรูขุมขนดังนั้น ก่อนบำรุงผิวด้วยสกินแคร์ทั่วไป ควรใช้โทนเนอร์เช็ดเพื่อทำความสะอาดผิวอีกขั้น ถือเป็นการชำละล้างสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่บนผิวให้ออกไปแต่โดยดี 

ไม่ทานอาหารที่มีไขมันสูงหรือมีรสจัด 

สำหรับอาหารที่มีรสจัด หรือมีไขมันมากเกินไปจะไปสร้างปัญหาให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักมากกว่าเดิม จึงทำให้หน้ามันขึ้นและเกิดสิวได้ง่าย ดังนั้น เราจึงควรเปลี่ยนมารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อาทิ ผัก วิตามิน และแร่ธาตุเพื่อทำความสะอาดอวัยวะภายใน และช่วยดูแลผิวให้เปล่งปลั่งลดความมันบนใบหน้า 

รักษาความสะอาด

ไม่เพียงรักษาความสะอาดเพียงใบหน้าและผิวเท่านั้น การป้องกันสิวเราควรดูแลความสะอาดพวกสิ่งของที่จำเป็นทั้งหลาย อาทิ ปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว รวมไปถึงโทรศัพท์มือถือ และสินค้าที่ต้องสัมผัสใบหน้าของเราอยู่เสมอ

รีวิว 7 สกินแคร์รักษาสิว ที่ช่วยทำให้ผิวหน้าแข็งแรงขึ้น

ถึงอย่างไรก็ตามผิวจะดีขึ้น และสิวจะลดลงอย่างไรก็ต้องมีตัวช่วย ดังนั้นจึงต้องมีสกินแคร์ตัวดังที่ช่วยในการดูแลผิวให้แข็งแรง และรักษาสิวบนใบหน้าที่อย่างตรงจุด ดังนั้น มาดูกันเลยค่ะว่า สกินแคร์รักษาสิว ของเราจะมียี่ห้อไหนบ้าง ตามมากันค่ะ 

1. สกินแคร์รักษาสิว La Roche-Posay Effaclar DUO(+)

สกินแคร์ La Roche-Posay EFFACLAR DUO (+)

สำหรับคนที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย มักจะมีปัญหาสิวที่มักจะเกิดขึ้นซ้ำ ๆ อยู่เรื่อย ๆ รักษาหายไปกี่ครั้งสิวก็ยังกลับมาเป็นหนักเหมือนเดิม ฉะนั้นจึงควรใช้สกินแคร์บำรุงผิวหน้าอย่าง La Roche-Posay Effaclar DUO(+) ซึ่งเป็นครีมลดสิว ที่สามารถลดปัญหาสิวอุดตัน สิวเกิดซ้ำ

รวมถึงช่วยในการลดเลือนรอยแดงและรอยดำ อันมีสาเหตุมาจากสิว เพราะด้วยสารสำคัญอย่าง อควา โพเซย์ ฟิลลิโฟมิส (AQUA POSAE FILIFORMIS, APF) จึงช่วยปรับสมดุลของเชื้อแบคทีเรียที่อยู่บนผิว โดยการเพิ่มเชื้อแบคทีเรียที่ดีให้มากขึ้น ลดเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดีให้ลดลงไป จึงช่วยลดปัญหาสิวกวนใจให้ลดลงได้อย่างเห็นได้ชัด 

นอกจากนี้ยังมีสารสำคัญอีกหนึ่งอย่างก็คือ โปรซีหลาด (Procerad) ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดเลือนรอยดำรอยแดงที่เกิดจากสิว อีกทั้งยังมี Salicylic acid ที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวบริเวณผิวหน้า Niacinamide ทำหน้าที่ปลอบประโลมให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ผสานการทำงานร่วมกับ 

Piroctone Olamine ที่ช่วยทำหน้าที่ลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย และสุดท้ายก็คือ Zinc PCA ซึ่งทำหน้าที่ลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า ซึ่งสเต็ปการใช้งานก็แสนง่ายดาย เพียงทาให้ทั่วใบหน้าเป็นประจำเช้าเย็น ก็จะเห็นผลลัพธ์ของผิวที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด

จุดเด่น
  • ลดปัญหาสิวทั้งสิวที่อุดตันอยู่ใต้ผิวหนัง รวมทั้งป้องกันสิวที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ
  • ลดเลือนรอยดำ รอยแดงต่าง ๆ ที่เกิดจากสิว
  • ปรับสมดุลผิว เพิ่มเชื้อแบคทีเรียที่ดี และลดเชื้อแบคทีเรียตัวร้ายที่ทำให้สิวขึ้น
  • ปลอบประโลมและช่วยให้ผิวใหม่แข็งแรงขึ้น
  • ช่วยลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า
จุดควรพิจารณา
  • ครีมบำรุงค่อนข้างอ่อน ต้องใช้เวลานานถึงจะเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงของผิว
  • ผิวบอบบางแพ้ง่ายควรระมัดระวัง เพราะมี Salicylic acid เป็นส่วนผสมจึงอาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวได้
  • ผู้ที่มีผิวแห้งอาจระมัดระวังในการใช้งาน เพราะอาจทำให้ผิวแห้งมากขึ้น

2.สกินแคร์รักษาสิว Eucerin Pro Acne Solution A.I Matt Fluid

สกินแคร์รักษาสิว Eucerin Pro Acne Solution

สกินแคร์ที่ช่วยลดปัญหาผิวที่หลายคนที่ใช้ถูกใจสกินแคร์ขวดนี้ เพราะด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นอย่างการลดปัญหาผิวต่าง ๆ ทั้งสิวอุดตันบริเวณรูขุมขน และลดเลือนรอยสิวต่าง ๆ ที่ปรากฎเกิดขึ้นอย่างชัดเจนบนผิวหน้าให้แลดูลดเลือนและจางลงไป

พร้อมช่วยในการผลัดเซลล์ผิวและสลายสิ่งสกปรกที่อุดตัน รวมถึงช่วยควบคุมความมันได้นานถึง 8 ชั่วโมง จึงสร้างความมั่นใจให้แก่หญิงสาวหากออกนอกบ้านว่าผิวหน้าจะไม่ย้ำหนักกว่าเดิม 

โดยมีส่วนผสมสำคัญที่อัดแน่นอยู่ในสกินแคร์ขวดนี้ได้แก่ Salicylic Acid จึงทำหน้าที่ป้องกันการอุดตันของรูขุมขนและยังสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียบนผิวหน้าได้เป็นอย่างดี ผสานการทำงานร่วมกันกับ Licochalcone A ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดการอักเสบของผิว

และสุดท้ายคือ L Carnitine ที่ควบคุมการสร้างน้ำมันในบริเวณรูขุมขน จึงทำหน้าที่ลดความมันบนผิวได้อย่างยาวนานยิ่งขึ้น โดยสามารถใช้เป็นประจำเช้าเย็นหลังทำความสะอาดใบหน้าเรียบร้อยแล้ว 

จุดเด่น
  • ลดปัญหาผิวต่าง ๆ รวมถึงสิวอุดตันบริเวณรูขุมขน
  • ลดเลือนรอยสิวต่าง ๆ ที่ปรากฎเกิดขึ้นอย่างชัดเจนบนผิวหน้าให้แลดูลดเลือนและจางลง
  • ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวและสลายสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขน
  • ควบคุมความมันได้นานถึง 8 ชั่วโมง
  • ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียบนผิวหน้าได้เป็นอย่างดี
จุดควรพิจารณา
  • ใช้เป็นเวลานานกว่าจะเห็นผลลัพธ์
  • ไม่เหมาะกับการทากลางวันเพราะอาจทำให้เมคอัพหลุดได้ง่าย
  • สำหรับผู้หญิงที่มีผิวมันมาก ยังรู้สึกถึงความมันของผิวอยู่บ้างหากใช้ในระหว่างวัน

3. สกินแคร์รักษาสิว Vichy Normaderm Phytosolution Daily Care

สกินแคร์รักษาสิว Vichy

ปัญหาสิว ผิวอุดตัน และรูขุมขุนกว้างเป็นปัญหาหลักสำหรับผู้ที่มีผิวมันส่วนใหญ่มักจะต้องเผชิญ ตังนั้นจึงต้องหาสกินแคร์ที่จะมาเป็นตัวช่วยใหม่ที่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ซึ่ง Vichy Normaderm Phytosolution Daily Care เป็นสกินแค์ดูแลปัญหาสิวสำหรับผู้ที่มีผิวมันโดยเฉพาะ

ซึ่งมาจากนวัตกรรมจากธรรมชาติจึงช่วยเพิ่มสมดุลน้ำและควยคุมความมันในชั้นผิว จึงช่วยดูแลปัญหาสิวอย่างอ่อนโยน ควบคุมความมัน และปกป้องผิวจากมลภาวะต่าง ๆ 

ด้วยส่วนผสมสำคัญอย่าง Salicylic acid จึงช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าและทำให้สิวแห้งเร็วขึ้น ทั้งยังลดปัญหาสิวอุดตัน และลดจำนวนของสิวเกิดใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งยังมี Phycosaccharide จึงทำหน้าที่รักษาสมดุลน้ำบนผิว ทำให้หน้ามันในระหว่างวันลดลง

ผสมผสานกับ Sodium Hyaluronate ที่มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และ Vichy Mineral Water น้ำแร่จากภูเขาไฟเข้มข้นจึงช่วยปรับสมดุลผิว และทำให้ผิวมีสุขภาพดีมากกว่าที่เคย โดยสามารถใช้เป็นประจำทุกวันในตอนเช้าจะช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น 

จุดเด่น
  • เกลี่ยง่าย ซึมซาบได้อย่างรวดเร็ว
  • ลดปัญหาสิวอุดตัน และลดจำนวนของสิวเกิดใหม่ และทำให้สิวแห้งเร็วขึ้น
  • ผลัดเซลล์ผิวเก่า
  • เพิ่มความชุ่มชื้น และปรับสมดุลผิว ควบคุมความมันบนใบหน้า
  • อ่อนโยนต่อผิว เพราะปราศจากสารเคมีอันตราย Alcohol Free, Paraben Free, Silicone Free และNon Comedogenic
จุดควรพิจารณา
  • ใช้เป็นเวลานานกว่าจะเห็นผล
  • สิวเสี้ยนลดลงได้ระดับหนึ่ง และสิวอุดตันยังคงหลงเหลืออยู่
  • ผู้ที่มีบอบบางแพ้ง่ายควรระมัดระวังเพราะมี Salicylic acid จึงอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ 


4. สกินแคร์รักษาสิว SOME BY MI AHA-BHA-PHA 30DAYS MIRACLE SERUM​

สกินแคร์รักษาสิว SOME BY MI AHA-BHA-PHA 30DAYS

เซรั่มบำรุงผิวจากเกาหลีที่ได้รับความนิยมในหมู่มวลสาวไทยมาได้สักพักแล้ว โดยคุณสมบัติของเซรั่มตัวนี้คือช่วยในการผลัดเซลล์ผิว จัดการเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไปได้อย่างง่ายดาย พร้อมลดปัญหาสิวและขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตัน

รวมถึงกระชับรูขุมขนและเพิ่มความกระจ่างใสให้แก่ผิวหน้าได้ภายใน 30 วัน ซึ่งอ่อนโยนกับทุกสภาพผิว ช่วยให้ผิวหน้าของทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรงและดูดีมากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้าได้อีกด้วย 

ด้วยส่วนผสมสำคัญอย่างกรดผลไม้ทั้ง AHA BHA และ PHA จึงช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้ว และสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่บนผิวให้หลุดลอกออกไปได้อย่างง่ายดาย พร้อมสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่แข็งแรงมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังมี สารสกัดจากใบบัวบกซึ่งทำหน้าที่ลดการอักเสบของผิว ลดการเกิดขึ้นของแผลเป็น และผสานแผลต่าง ๆ จึงพร้อมประโลมผิวให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น ทั้งยังไม่สารอันตราย โดยสามารถใช้ได้ทั่วบริเวณใบหน้าและลำคอ เป็นประจำทุกวัน 

จุดเด่น
  • ผลัดเซลล์ผิว จัดการเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไปได้อย่างง่ายดาย
  • ลดปัญหาสิวและขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ใต้ผิวหน้า
  • ลดปัญหารูขุมขนกว้าง ช่วยงกระชับรูขุมขน
  • เพิ่มความกระจ่างใสให้แก่ผิวหน้าได้ภายใน 30 วัน
  • ปราศจากสารอันตรายมากถึง 20 ชนิด 
จุดควรพิจารณา
  • มีส่วนผสมที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว จึงควรใช้งานอย่างระมัดระวัง
  • ผิวบอบบางแพ้ง่ายควรหลีกเลี่ยง หรือทดสอบกกับผิวก่อนใช้งาน
  • มีน้ำมันผสมอยู่ใช้อาจหน้ามันขึ้นมากกว่าเดิม 

5. สกินแคร์รักษาสิว Bioderma Sebium Pore Refiner

Bioderma Sebium Pore Refiner

สำหรับผู้หญิงที่มีผิวผสมและผิวมัน มักจะหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อต้องเผชิญกับปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวไม่กระชับเป็นสิว และผิวหน้ามันอย่างหนัก ดังนั้นเวลาใช้ครีมบำรุงผิวจึงต้องเลือกให้ดีเพราะครีมบางตัวอาจทำให้ผิวมัน หรืออุดตันรูขุมขนหนักมากกว่าเดิม

ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหานี้จึงต้องใช้ Bioderma Sebium Pore Refiner ครีมบำรุงสำหรับกระชับรูขุมขน ลดการเกิดสิว และควบคุมความมันเพื่อให้ผิวหน้าของเรามีสุขภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น 

โดยส่วนผสมหลักในครีมบำรุงหลอดนี้ ได้แก่ สารสกัดจาก Agaric acid จึงทำหน้าที่กระชับรูขุมขนได้อย่างรวดเร็วจนรู้สึกว่าผิวแลดูกระชับขึ้นทันทีหลังจากการใช้งาน

ทั้งยังสามารถปรับความสมดุลให้แก่ผิวหน้าด้วย FluidactivTM Patent สิทธิบัตรเฉพาะของ Bioderma ที่มาพร้อมกับ Mattifying powders จึงทำหน้าที่ดูดซับความมันส่วนเกินบนผิวหน้า และสุดท้ายคือ Salicylic acid + Ester from AHA จึงช่วยในการผลัดเซลล์ผิวเพื่อผิวใหม่ที่กระจ่างใสและเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น 

จุดเด่น
  • รู้สึกถึงผิวที่กระชับได้ทันทีหลังจากใช้งาน  
  • ลดปัญหาผิวและป้องกันการเกิดขึ้นของสิว
  • ปรับความสมดุลให้แก่ผิวหน้า
  • ดูดซับความมันส่วนเกินบนผิวหน้า
  • ผิวสว่างกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น 
จุดควรพิจารณา
  • มีส่วนผสมที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว จึงควรใช้งานอย่างระมัดระวัง
  • ปริมาณค่อนข้างน้อย
  • ผิวแห้งควรหลีกเลี่ยงเพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองได้ง่าย ๆ 

6. สกินแคร์รักษาสิว MizuMi Cica Soothing Moisture Gel

MizuMi Cica Soothing Moisture Gel

MizuMi Cica Soothing Moisture Gel เป็นสกินแคร์ที่สาวผิวบอบบางแพ้ง่ายค่อนข้างเลิฟมาก ๆ เลยทีเดียวค่ะ เพราะเป็นสกินแคร์ที่ไม่มีส่วนผสมอันตรายที่ทำร้ายทำหน้าของเราโดยประโยชน์ของครีมบำรุงตัวนี้คือสามารถมอบความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้า

สามารถควบคุมความมันสำหรับสาว ๆ ที่มีผิวมันง่ายเป็นพิเศษ รวมถึงช่วยลดปัญหาสิวที่มักเกิดขึ้นบนผิวหน้าอยู่บ่อย ๆ ก็สามารถลดปัญหานี้ลงได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังไม่มีน้ำมัน, น้ำหอม, พาราเบน, แอลกอฮอล์, สีสังเคราะห์ และ ซิลิโคนเป็นส่วนผสมจึงค่อนข้างปลอดภัยสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย 

สำหรับส่วนผสมภายในสกินแคร์กระปุกนี้ก็ค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิวและเติมคุณค่าให้กับผิวหน้าได้อย่างเต็มที่ ด้วย Madagascar Cica หรือสารสกัดจากใบบัวบกที่มีความเข้มข้นมากถึง 2 % ที่ผสานคุณค่าของ Polyphenol และ Pentacyclic Triterpenes จึงช่วยฟื้นบำรุงให้ผิวหน้ากลับมาสดใส เปล่งปลั่งและกลับมาเรียบเนียนได้อีกครั้งค่ะ

ทั้งยังสามารถปลอบประโลมผิวและลดการระคายเคืองได้อีกด้วย นาอกจากนี้ยังมี Aloe Vera Extract 99.5% และ Carbohydrate Complex สองส่วนผสมที่ลดความแห้งกร้านและเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว และสุดท้ายคือ Bio-P Exopolysaccharide ที่ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะภายนอก รวมถึงฝุ่น PM2.5 

จุดเด่น
  • ควบคุมความมันและมอบความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้า
  • ลดปัญหาสิว และป้ิงกันสิวใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
  • ปลอดภัยต่อผิวบอบบางแพ้ง่าย เพราะไม่มีน้ำมัน, น้ำหอม, พาราเบน, แอลกอฮอล์, สีสังเคราะห์ และ ซิลิโคน
  • ปกป้องผิวจากมลภาวะภายนอก รวมถึงฝุ่น PM2.5
  • ฟื้นบำรุงให้ผิวหน้ากลับมาสดใส เปล่งปลั่ง และกลับมาเรียบเนียนได้อีกครั้ง
จุดควรพิจารณา
  • ส่วนผสมบางตัวอาจทำปฏิกริยากับผิวจึงต้องทดสอบกับผิวก่อนใช้งานจริง
  • การลดเลือนริ้วรอยต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลลัพธ์
  • ไม่เหมาะสมกับสาวผิวแห้ง 

7. สกินแคร์รักษาสิว Madagascar Centella Ampoule

Madagascar Centella Ampoule

สกินแคร์อีกตัวที่กำลังได้รับความนิยมในเหล่าสาวไทยหลาย ๆ คนอย่าง Madagascar Centella Ampoule จากแบรนด์ All about you ซึ่งเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบบออร์แกนิคที่หลายๆ คนหันมาลองใช้กันมากมาย

อย่างสกินแคร์ตัวนี้มีคุณสมบัติที่ช่วยในเรื่องของการลดโอกาสที่จะเกิดสิว และสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ทั้งยังสามารถลดเลือนรอยแผลที่เกิดขึ้นจากสิวได้อย่างตรงจุด ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น และสามารถชะลอการเสื่อมของเซลล์ ป้องกันการเกิดขึ้นของริ้วรอย และช่วยบำรุงให้เซลล์ผิวแข็งแรงขึ้น 

ความอ่อนโยนของสกินแคร์ของเราคือมีค่า P.H 5.5 ซึ่งใกล้เคียงกับผิว เหมาะสำหรับสาว ๆ ในทุก ๆ สภาพผิว รวมทั้งผู้หญิงที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายด้วยเช่นกัน เพราะไม่มีพาราเบน มิเนอรัล ออยล์ แอลกอฮอล์ ซิลิโคน สีสังเคราะห์ และไม่ทดลองกับสัตว์อีกด้วย

พร้อมคุณค่าจากภายในด้วยสารสกัดจาก Centella Asiatica Extract ที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดการอักเสบของผิว สมานแผลความร้อน เลเซอร์ ให้หายเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถลดรอยแผลเป็น รอยดำ รอยแดง บวมช้ำและการเกิดแผลเป็นนูน รวมถึงช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ 

จุดเด่น
  • อกาสที่จะเกิดสิว และสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
  • ลดเลือนรอยแผลที่เกิดขึ้นจากสิว และช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
  • ค่า P.H 5.5 ซึ่งใกล้เคียงกับผิว เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว
  • ไม่มีพาราเบน มิเนอรัล ออยล์ แอลกอฮอล์ ซิลิโคน สีสังเคราะห์ และไม่ทดลองกับสัตว์
  • ชะลอความเสื่อมของเซลล์
จุดควรพิจารณา
  • กลิ่นอาจแรงไปนิด สำหรับคนที่ชอบกลิ่น
  • ระวังผิวบอบบางรอบดวงตา อาจทำให้เกิดอาการแสบผิวได้
  • ผิวแพ้ง่ายควรทดสอบผลิตภัณฑ์ก่อนใช้งานจริง 

บทสรุป สกินแคร์รักษาสิว ยี่ห้อไหนดี ปี 2021

แต่ละสกินแคร์ที่เราเลือกมานั้นล้วนสามารถช่วยแก้ปัญหาสิวได้อย่างตรงจุด แต่ที่รู้สึกชอบที่สุดเลยคือ Eucerin Pro Acne Solution A.I Matt Fluid เพราะช่วยทั้งลดปัญหาสิว ควบคุมความมัน และกระชับรูขุมขนได้เป็นอย่างดี จึงเหมาะกับคุณที่มีปัญหาหน้ามันง่ายและต้องออกไปเผชิญชีวิตนอกบ้านเป็นประจำทุกวันอีกด้วยค่ะ 

แต่การเลือกสกินแคร์ที่ช่วยรักษาสิว ครีมบำรุงผิว หรือแม้แต่มอยเจอร์ไรเซอร์นั้น สิ่งที่ทุกคนควรระมัดระวังในการใช้งานเลยก็คือสารทีผสมอยู่ภายใน เนื่องจากสกินแคร์ที่ดูแลปัญหาสิวมักมีสารผลัดเซลล์ผิวอยู่จึงสามารถทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังในการใช้งาน หรือควรทดสอบผลิตภัณฑ์ก่อนใช้งานจริง ๆ เพื่อผิวที่สุขภาพดี และแข็งแรงขึ้นจริง ๆ นั่นเองค่ะ

Similar Posts