เครื่องซักผ้าฝาบน ยี่ห้อไหนดีที่สุด

รีวิว 5 อันดับ เครื่องซักผ้าฝาบน ยี่ห้อไหนดีที่สุด ซักสะอาด ถนอมใยผ้า ประหยัดพลังงาน ฉบับปี 2022

พ่อบ้าน แม่บ้านเชิญมาทางนี้เลยค่ะ ชอบรีวิว ฉบับงานบ้านที่รัก ภูมิใจนำเสนอเครื่องซักผ้าฝาบน ที่มาพร้อมประสิทธิภาพการซักผ้าที่ทรงพลัง ตัวช่วยชั้นดีที่ทำให้เพื่อน ๆ ที่ต้องซักผ้าเองประหยัดแรงซัก และประหยัดเวลามากขึ้น เพราะยุคนี้สมัยนี้เวลาน้อยลง ทำงานมากขึ้น เพราะฉะนั้นจะดีกว่าไหม ? ถ้าเพื่อนมีเครื่องซักผ้าดี ๆ ที่ช่วยให้ทุกการซักเป็นเรื่องง่าย ช่วยถนอมผ้ามากขึ้น ประหยัดพลังงานมากขึ้น เหมือนกับเครื่องซักผ้าฝาบน 5 ยี่ห้อ ที่ชอบรีวิวคัดเลือกมาให้เพื่อน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้เพื่อน ๆ ทุกคนได้เครื่องซักผ้าที่ตรงจิตตรงใจมากขึ้น 

เท่านั้นยังไม่พอเรายังรวบรวมวิธีการเลือก เครื่องซักผ้าฝาบน ยี่ห้อไหนดีที่สุด ? ทั้งการใช้เครื่องซักผ้าฝาบนดีกว่ายังไง ซักแล้วผ้าสะอาดจริงไหม? ตอบโจทย์การใช้งานกับไลฟ์สไตล์ของเพื่อน ๆ ในปัจจุบันหรือไม่ ? หากเพื่อน ๆ คนไหนอยากรู้แล้วว่าเครื่องซักผ้าฝาบนทั้ง 5 อันดับ ของเราจะมียี่ห้อไหน มาตามต่อกันค่ะ แล้วเอาเครื่องซักผ้าฝาบนที่ตัวเองถูกใจกลับบ้านไป 

เครื่องซักผ้าฝาบน ยี่ห้อไหนดีที่สุด

แนะนำ 5 อันดับ เครื่องซักผ้าฝาบน ยี่ห้อไหนดีที่สุด

เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนต้องรอติดตามอย่างแน่นอนว่า เครื่องซักผ้าฝาบน ยี่ห้อไหนดีที่สุด ทั้ง 5 อันดับที่ชอบรีวิวคัดเลือกมาให้เพื่อน ๆ บอกไว้เลยว่าคัดเลือกจากทั้ง ประสิทธิภาพในการซัก คุณสมบัติที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของเพื่อน ๆ ในปัจจุบัน เชื่อเลยค่ะว่าทั้ง 5 อันดับที่หามาให้นี้ของดีแน่นอน เพราะฉะนั้น อย่าเสียเวลามาดูเครื่องซักผ้าฝนบนทั้ง 5 อันดับของเราดีกว่าค่ะ 

1.เครื่องซักผ้าฝาบน Haier ซีรีส์ Self-Cleaning รุ่น HM150-B1978S8

เครื่องซักผ้าฝาบน Haier ซีรีส์ Self-Cleaning รุ่น HM150-B1978S8

เครื่องซักผ้าฝาบน ยี่ห้อไหนดีที่สุด ที่ชอบรีวิวเลือกเป็นอันดับ 1 ประจำปี 2022 นั่นคือ Haier ซีรีส์ Self-Cleaning รุ่น HM150-B1978S8 ซึ่งเป็นเครื่องซักผ้าฝาบนที่มาพร้อมเทคโนโลยีในการซักที่มีประสิทธิภาพสูง ตัวช่วยของคุณรุ่นใหม่ล่าสุด ในยุค New Normal สำหรับคนที่ต้องการเครื่องซักผ้าที่ตอบโจทย์ในแง่ของคุณภาพ ความสะอาด และการซักที่สะดวกสบายมากขึ้น  

มาพร้อมกับความจุของถังซัก 15 กิโลกรัม แผงควบคุมแบบ Touch Screen และ เทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่าง Self-Cleaning Technology หรือนวัตกรรมการล้างถังซักทุกครั้งที่ซักผ้า บอกเลยว่า สะอาดทั้งถัง สะอาดทั้งผ้า เทคโนโลยี Self-Cleaning นี้ จะมี Smart Ball จำนวน 20 เม็ด ทำงานร่วมกันกับพลังงานน้ำ มีอายุการใช้งานมากถึง 5,000 ครั้ง จึงพร้อมทำความสะอาดถังซัก ให้สะอาดทั่งถึงทั้งด้านในและด้านนอกถัง ช่วยป้องกันคราบสกปรกตกค้างหลังซักผ้า แถมยังลดผลกระทบต่อร่างกาย และลดแบคทีเรียจากสิ่งสกปรกรอบตกค้างรอบถังซัก มั่นใจได้ว่าผ้าที่ซักจะสะอาดจริง ไม่มีคราบตกค้างเล็ดลอดมาปนเปื้อน

เท่านั้นยังไม่พอค่ะ ยังมี : ABP Technology (Anti Bacteria Pulsator) หรือจานซักที่มีสารยับยั้งแบคทีเรีย พร้อมป้องกันทุกสิ่งสกปรก และช่วยป้องกันแบคทีเรียได้มากถึง 99.99% แถมบริเวณตัวถังยังถูกออกแบบให้เป็นรูปทรงหมอน Pillow Drum จำนวน 560 shape ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการซักที่มากกว่าเครื่องซักผ้าปกติ ช่วยถนอมเส้นใยผ้าได้มากขึ้น และลดการเสียดสีของผ้าในขณะซักผ้าได้อีกด้วย 

และยังมีมอเตอร์ Inverter Direct Drive มอเตอร์ต่อตรงไร้สายพาน ทำงานเงียบ และช่วยประหยัดพลังงาน ยืดอายุการใช้งานของเครื่องมอเตอร์ได้นานขึ้น รวมถึง  4D Magic Filter ซึ่งเป็นดีไซน์ของไส้กรองรูปแบบใหม่ล่าสุดของ Haier ที่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่องได้สูงกว่าเครื่องซักผ้าปกติถึง 4 เท่า ช่วยป้องกันสิ่งสกปรกไหลออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาพร้อมแผงควบคุมด้านหลังสไตล์ยุโรป (Rear Control Design) ที่ช่วยให้คนโลว์เทคโนโลยีอย่างเราใช้เครื่องซักผ้าเครื่องนี้ได้ง่ายขึ้น และสุดท้ายขาดไม่ได้เลยคือ Safety Door ฝาปิดนิรภัยที่มีความทนทานสูง ลดการกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม เปิด-ปิด ฝาเครื่องซักผ้าได้โดยที่ไม่ต้องกลัวกระแทก ไม่ทับมือ เรียกว่าครบครันมากๆ สำหรับเครื่องซักผ้าฝาบนที่แม่บ้านพ่อบ้านควรมี เพราะทั้งตอบโจทย์การใช้งานในด้านความสะอาด ช่วยถนอมเส้นใยผ้า ป้องกันแบคทีเรีย และยังทนทานสุดๆ ในราคาไม่แรงอีกด้วยค่ะ 

คุณลักษณะทั่วไป 

เทคโนโลยีที่โดเด่นSelf-Cleaning Technology นวัตกรรมล้างถังซักอัตโนมัติทุกครั้งที่ซัก
ระบบมอเตอร์Inverter Direct Drive
ขนาดตัวเครื่อง(กว้าง X ลึก Xสูง ) (มม.)610x620x1095
ความจุในการซัก (กิโลกรัม)15 kg.
น้ำหนักตัวเครื่อง (กิโลกรัม)48 kg.
การรับประกันตัวเครื่อง3 ปี 
การรับประกันมอเตอร์12 ปี (รับประกันอัตโนมัติ ไม่ต้องลงทะเบียนเพิ่ม)

จุดเด่น
  • Self-Cleaning Technology หรือนวัตกรรมการล้างถังซักทุกครั้งที่ซักผ้า
  • ABP Technology (Anti Bacteria Pulsator) หรือจานซักยับยั้งแบคทีเรีย ได้มากถึง 99.99%
  • ดีไซน์ของตัวถังที่มีการออกแบบเป็นรูปหมอน Pillow Drum ช่วยให้ซักได้สะอาดขึ้น ถนอมใยผ้าได้มากขึ้น
  • Direct Drive Inverter มอเตอร์ต่อตรงไร้สายพาน เป็นโหมดซักเงียบ พร้อมช่วยประหยัดพลังงาน ได้มากกว่า
  • 4D Magic Filter ซึ่งเป็นดีไซน์ของไส้กรองรูปแบบใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้สูงสุด 4 เท่า 
จุดควรพิจารณา
  • น้ำหนักตัวเครื่องค่อนข้างเยอะ
  • ไม่รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน

2.เครื่องซักผ้าฝาบน LG 15 กก. รุ่น T2515VS2B ระบบ Smart Inverter

เครื่องซักผ้าฝาบน LG 15 กก. รุ่น T2515VS2B ระบบ Smart Inverter

มาดูกันเลยกับ LG เครื่องซักผ้าฝาบน ยี่ห้อไหนดีที่สุด รุ่น T2515VS2B ระบบ Smart Inverter ความจุซัก 15 กก. ที่เครื่องซักผ้าฝาบนที่ชอบรีวิวจัดไว้ในอันดับ 2 เพราะประสิทธิภาพของเครื่องซักผ้าฝาบนเครื่องนี้ เป็น ระบบ Smart Inverter ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดพลังงานได้ดีกว่าเครื่องซักผ้าทั่วไปถึง 36%  ช่วยควบคุมการทำงานของเครื่องซักผ้าให้ดีมากยิ่งขึ้น เท่านั้นยังไม่พอระบบนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของมอเตอร์ จึงทั้งประหยัดพลังงาน และทนทานมากยิ่งขึ้น ใครอยากได้เครื่องซักผ้าที่ประหยัดพลังงานสามารถเลือกเครื่องซักผ้ารุ่นนี้ไปใช้ที่บ้านได้เลยค่ะ 

มาพูดถึงเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับเครื่องซักผ้าฝาบนเครื่องนี้ มาพร้อมระบบ Auto Restart เป็นระบบที่ทำให้เครื่องซักผ้าสามารถกลับมาทำงานได้อย่างต่อเนื่อง หากเกิดเหตุการณ์เครื่องซักผ้าหยุดทำงาน หรือไฟดับ เมื่อไฟกลับมาปกติเครื่องซักผ้ารุ่นนี้ก็กลับมาใช้งานต่อได้เลยค่ะ แถมยังมีเทคโนโลยี Standby Power Save เป็นระบบที่ช่วยประหยัดพลังงานโดยแม้ว่าเราจะเสียบปลั๊กทิ้งไว้ กระแสไฟฟ้าผ่านสายไฟก็มีน้อยมาก ๆ จึงหมดกังวลเรื่องเครื่องซักผ้ากินไฟไปได้เลย 

และเทคโนโลยีสำคัญก็คือ Smart Motion หรือระบบที่ทำให้ถังซักหมุนได้ 3 รูปแบบช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการซักและถนอมผ้า พร้อมด้วยเทคโนโลยี TurboDrum™ หรือเทคโนโลยีน้ำวนพลังสูง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการซัก ช่วยในการขจัดคราบ รวมถึงมี Punch+3 หรือเทคโนโลยีจานหมุนสร้างคลื่นช่วยทำให้ซักผ้าได้ดีมากขึ้น ตัวมอเตอร์สามารถลดเสียงการทำงานได้ และสามารถใช้งานแผ่นแอปพลิเคชันเมื่อมีปัญหาในการซักผ้าเกิดขึ้น ตัวเครื่องมีสีดำทันสมัย ดูเท่สุดเมื่อมีไว้ภายในบ้านของคุณ 

คุณลักษณะทั่วไป

เทคโนโลยีที่โดเด่นSmart Motion
ระบบมอเตอร์Smart Inverter Motor
ขนาดตัวเครื่อง(กว้าง X ลึก Xสูง ) (มม.)632x670x1020
ความจุในการซัก (กิโลกรัม)15 kg.
น้ำหนักตัวเครื่อง (กิโลกรัม)44 kg.
การรับประกันตัวเครื่อง1 ปี 
การรับประกันมอเตอร์10 ปี
จุดเด่น
  • ระบบ Smart Inverter เทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดพลังงานได้ดีกว่าเครื่องซักผ้าทั่วไปถึง 36%
  • Auto Restart ทำให้เครื่องซักผ้าสามารถกลับมาทำงานได้ปกติ หลังจากเครื่องหยุดทำงานกะทันหัน
  • Standby Power Save ประหยัดพลังงาน แม้ว่าเราจะเสียบปลั๊กทิ้งไว้
  • Smart Motion ถังซักหมุนได้ 3 รูปแบบช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการซักและถนอมผ้า
  • TurboDrum™ หรือเทคโนโลยีน้ำวนพลังสูง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการซัก 
จุดควรพิจารณา
  • ปั่นซักไม่ค่อยแรงเท่าไหร่ ขนาดเลือก Soil Level ไว้ที่ Heavy  แล้วนะ
  • ซักเสื้อเชิ้ตสีขาวไม่ค่อยสะอาด
  • ถังเล็กไม่สมน้ำหนัก

3.เครื่องซักผ้าฝาบน SAMSUNG WA15R6380BV/ST 15 กก.อินเวอร์เตอร์

เครื่องซักผ้าฝาบน SAMSUNG WA15R6380BV:ST 15 กก.อินเวอร์เตอร์

ในที่สุดชอบรีวิวก็พาเพื่อน ๆ ทุกคนมาเลือก เครื่องซักผ้าฝาบน ยี่ห้อไหนดีที่สุด ในอันดับที่ 3 แล้ว สำหรับเครื่องซักผ้าฝาบนที่ชอบรีวิวเลือกมาให้ก็คือ SAMSUNG WA15R6380BV/ST 15 กก.อินเวอร์เตอร์ ตัวเครื่องสีดำสนิทสุดเท่ ที่หลาย ๆ คนต้องเลิฟเมื่อได้เห็นรูปลักษณ์ของเครื่องซักผ้าฝาบนเครื่องนี้ สำหรับจุดเด่นของเครื่องซักผ้าเครื่องนี้นั้นมีพลังงาน และใช้เสียงรบกวนน้อยลงถึง 40% ด้วยเทคโนโลยี Digital Invarter ที่ใช้แม่เหล็กอันทรงพลังจึงทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่องสูงขึ้น  จึงทำให้ใช้งานได้อย่างทนทาน พร้อมประกันการใช้งานถึง 11 ปี 

รวมทั้งยังมีเทคโนโลยี Wobble ที่ช่วยถนอมผ้าในขณะซัก ด้วยอุปกรณ์การสร้างกระแสน้ำแบบหลายทิศทางช่วยให้ผ้าไม่พันกัน พร้อมช่วยให้ผ้าสะอาดขึ้นได้ทั่วถึง รวมถึงมีเทคโนโลยี Magic Dispenser ที่เทคโนโลยีที่ช่วยละลายผงซักฟอกและน้ำให้ผสมกลมกลืนกัน หมดกังวลเรื่องคราบผงซักฟอกที่เสื้อฟ้า และที่พิเศษสุด ๆ คือเทคโนโลยี Intensive Wash ช่วยซักขจัดคราบได้แม้กระทั่งคราบเลือด ชา และไวน์  ก็สามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาถึงเทคโนโลยี  Eco Tub Clean ทำหน้าที่ขจัดสิ่งสกปรกที่ก่อตัวในถังซักและรอบ ๆ ขอบฝาถัง โดยมีการแจ้งเตือนหลังการซักด้วยไอคอนไฟกะพริบ และยังมีเทคโนโลยีที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายอย่าง Smart Check เป็นระบบตรวจจับข้อผิดพลาดโดยจะแจ้งเตือนเราผ่านแอปพลิเคชัน หากเครื่องมีเหตุขัดข้อง โดยสามารถใช้ได้ทั้งอุปกรณ์ Android และ iOS และสุดท้ายคือการควบคุมแบบ Rear Control ซึ่งเป็นแผงควบคุมระบบดิจิทัล แถมยังป้องกันน้ำเซ็นได้เป็นอย่างดี 

คุณลักษณะทั่วไป

เทคโนโลยีที่โดเด่นIntensive Wash
ระบบมอเตอร์Digital Inverter Motor
ขนาดตัวเครื่อง(กว้าง X ลึก Xสูง )(มม.)637x701x1095
ความจุในการซัก (กิโลกรัม)15 kg.
น้ำหนักตัวเครื่อง (กิโลกรัม)45.5 kg.
การรับประกันตัวเครื่อง1 ปี 
การรับประกันมอเตอร์11 ปี
จุดเด่น
  • ใช้เสียงรบกวนน้อยลงถึง 40% ด้วยเทคโนโลยี Digital Invarter
  • เทคโนโลยี Wobble สร้างกระแสน้ำแบบหลายทิศทางช่วยให้ผ้าไม่พันกัน และถนอมผ้า
  • Dispenser ที่เทคโนโลยีที่ช่วยละลายผงซักฟอกและน้ำให้ผสมกลมกลืนกัน
  • เทคโนโลยี Intensive Wash ช่วยซักขจัดคราบได้แม้กระทั่งคราบเลือด ชา และไวน์  
  • เทคโนโลยี  Eco Tub Clean ทำหน้าที่ขจัดสิ่งสกปรกที่ก่อตัวในถังซักและรอบ ๆ ขอบฝาถัง
จุดควรพิจารณา
  • ขนาดตัวเครื่องค่อนข้างใหญ่ ใช้พื้นที่จัดเก็บเยอะ
  • น้ำไหลช้า ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงกว่าจะซักผ้าเสร็จ
  • เวลาปั่นแห้ง เครื่องไม่ปั่นแต่เวลาลดลง

4.เครื่องซักผ้าฝาบน SHARP ES-W159T เงิน 15 กก.

เครื่องซักผ้าฝาบน SHARP ES-W159T เงิน 15 กก.

มาถึงเครื่องซักผ้าฝาบน ยี่ห้อไหนดี ที่ชอบรีวิวคัดเลือกมาให้เพื่อน ๆ เป็นอันดับที่ 4 โดยมีประสิทธิภาพในการซักค่อนข้างดี ราคาประหยัดเหมาะกับเพื่อน ๆ ที่งบประมาณจำกัด ก็สามารถรับเครื่องซักผ้าที่มีประสิทธิภาพรุ่นนี้ได้ นั่นก็คือ SHARP ES-W159T เงิน 15 กก. เครื่องซักผ้าพลังคลื่น 3 มิติ มาพร้อมเซนเซอร์ตรวจจับปริมาณการซัก และชนิดของผ้าแบบอัตโนมัติ โดยมีความจุมากถึง 15 กิโลกรัมจึงใส่ผ้าได้ทีละครั้งมาก ๆ หรือซักผ้าห่ม และผ้านวมก็ไม่เป็นปัญหา มาพร้อมการออกแบบที่หรูหรา ทันสมัย มาพร้อมแผงควบคุมที่สะดวกในการใช้งาน 

มาพร้อมเทคโนโลยี Intelligent Waterfall ปล่อยกระแสน้ำจากด้านข้างแบบน้ำตก 3 ทิศทาง จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการละลายผงซักฟอกในถังซัก อีกทั้งยังมีกระแสน้ำพลังสูง มาพร้อมการไหลวนแบบหลายทิศทาง จึงสามารถซักผ้าได้อย่างสะอาดหมดจด ซักสะอาดทั่วถึง และเนื้อผ้าไม่พันกัน นอกจากนี้ยังมีพลังคลื่นแบบ 3 มิติ (3D Wave) ซึ่งเป็นกระแสน้ำวนแบบ 3 มิติ ช่วยขจัดคราบสกปรกจากเนื้อผ้าได้อย่างหมดจด ไม่นับรวมความสามารถในการทำงานต่อเนื่องอัตโนมัติหลังไฟดับ ให้กลับมาทำงานได้อย่างปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม ซักอัตโนมัติ (Fuzzy Control)  ที่มาพร้อมระบบเซนเซอร์ตรวจจับปริมาณผ้าและชนิดของเนื้อผ้าได้โดยอัตโนมัติ จึงสะดวกและใช้งานได้ง่ายมากเวอร์ พร้อมคุณสมบัติในการถนอมเส้นใยผ้า และสุดท้ายคือประตูระบบไฮดรอลิกช่วยให้เปิด/ปิดได้อย่างนุ่มนวล มาพร้อมกระจกกันกระแทกที่มีความทนทานสูงมาก 

คุณลักษณะทั่วไป

เทคโนโลยีที่โดเด่นIntelligent Waterfall
ระบบมอเตอร์มอเตอร์ความถี่คงที่
ขนาดตัวเครื่อง(กว้าง X ลึก Xสูง )(มม.)650x770x1040
ความจุในการซัก (กิโลกรัม)15 kg.
น้ำหนักตัวเครื่อง (กิโลกรัม)50 kg.
การรับประกันตัวเครื่อง1 ปี 
การรับประกันมอเตอร์10 ปี
จุดเด่น
  • เทคโนโลยี Intelligent Waterfall ปล่อยกระแสน้ำจากด้านข้าง3 ทิศทาง จึงช่วยละลายผงซักฟอก
  • พลังคลื่นแบบ 3 มิติ (3D Wave) กระแสน้ำวนแบบ 3 มิติ ช่วยขจัดคราบสกปรก
  • ทำงานต่อเนื่องอัตโนมัติหลังไฟดับ  
  • ซักอัตโนมัติ (Fuzzy Control)  ที่มาพร้อมระบบเซนเซอร์ตรวจจับปริมาณผ้าและชนิดของเนื้อผ้าได้โดยอัตโนมัติ
  • ประตูระบบไฮดรอลิกช่วยให้เปิด/ปิดได้อย่างนุ่มนวล 
จุดควรพิจารณา
  • ไม่มีระบบล้างถังอัตโนมัติ
  • ไม่มีระบบ INVERTER จึงไม่ประหยัดพลังงาน
  • ไม่รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน
  • น้ำหนักตัวเครื่องค่อนข้างเยอะ

5.เครื่องซักผ้าฝาบน HITACHI SF 150 ZCV 15 กก.

เครื่องซักผ้าฝาบน HITACHI SF 150 ZCV 15 กก.

ในที่สุดชอบรีวิวก็พาเพื่อน ๆ มาเลือกเครื่องซักผ้าฝาบน ยี่ห้อไหนดี อันดับสุดท้ายแล้ว โดยรุ่นที่ชอบรีวิวเลือกมาให้เพื่อน ๆ ก็คือ HITACHI SF 150 ZCV 15 กก. ซึ่งมาพร้อมกระจกนิรภัยทนทานสูง และระบบคลายผ้าหลังปั่นหมาดจึงช่วยลดปัญหาผ้าพันกันได้เป็นอย่างดี มาดูคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ดีกว่าค่ะ อย่างเทคโนโลยีซักแทรกซึมลึก 4 ระดับ

มาพร้อมการควบคุมระดับน้ำสำหรับละลายผงซักฟอกสี่ขั้นตอน จึงซอกซอนลึกถึงใยผ้า เพิ่มประสิทธิภาพการซักให้สะอาดมากยิ่งขึ้น มาพร้อมกับระบบคลื่นน้ำแบบ 2 ทิศทาง ช่วยดันผ้าไปมาทั้งในแนวตั้งและแนวนอนจึงทำให้ผ้าสะอาดมากขึ้นไปอีก 

นอกจากนี้ยังมี Auto Self Clean ช่วยทำความสะอาดถังซักได้แบบอัตโนมัติ ได้รับการรับรองจากสถาบันโรคภูมิแพ้แห่งประเทศอังกฤษ ช่วยยับยั้งแบคทีเรียได้ถึง 99% แถมยังมีโปรแกรมกำจัดแบคทีเรีย พร้อมซักด้วยน้ำร้อน จึงช่วยป้องกันภูมิแพ้ได้เป็นอย่างดี รวมถึงมีโปรแกรมขจัดกลิ่นอับ และกลิ่นไม่พึงประสงศ์ติดผ้า อย่างบุหรี่ และกลิ่นอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี 

พร้อมด้วยโปรแกรมขจัดคราบหนัก ลิขสิทธิ์เฉพาะของฮิตาชิ และแผงควบคุมรูปแบบใหม่ ระบบปลายนิ้วสัมผัสจึงทำให้เพื่อน ๆ สามารถใช้งานได้ง่ายดายมากขึ้น 

คุณลักษณะทั่วไป

เทคโนโลยีที่โดเด่นAuto Self Clean
ระบบมอเตอร์Inverter
ขนาดตัวเครื่อง(กว้าง X ลึก Xสูง )(มม.)640x684x1087
ความจุในการซัก (กิโลกรัม)15 kg.
น้ำหนักตัวเครื่อง (กิโลกรัม)49 kg.
การรับประกันตัวเครื่อง1 ปี 
การรับประกันมอเตอร์10 ปี
จุดเด่น
  • กระจกนิรภัยทนทานสูง
  • เทคโนโลยีซักแทรกซึมลึก 4 ระดับ เพิ่มประสิทธิภาพการซักให้สะอาดมากยิ่งขึ้น
  • ระบบคลื่นน้ำแบบ 2 ทิศทาง จึงทำความสะอาดผ้าเพิ่มขึ้น
  • Auto Self Clean ช่วยทำความสะอาดถังซักได้แบบอัตโนมัติ
  • ได้รับการรับรองจากสถาบันโรคภูมิแพ้แห่งประเทศอังกฤษ ช่วยยับยั้งแบคทีเรียได้ถึง 99%  
จุดควรพิจารณา
  • เครื่องทำงานช้าลง เวลาซักผ้าจำนวนมาก
  • รุ่นนี้ไม่มีตาน้ำให้ตั้งระดับยากขนาดถังใหญ่ทำให้มีพื้นที่ด้านข้างตู้น้อยถ้าตั้งไม่ดีตอนผ้าเหวียงอาจเกิดเสียงดังได้

วิธีเลือกเครื่องซักผ้าฝาบน ยี่ห้อไหนดีที่สุด ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ 

ผ่านไปแล้วกับเครื่องซักผ้าฝาบน ยี่ห้อไหนดีที่สุด ทั้ง 5 ยี่ห้อที่เราตั้งใจเลือกมาให้เพื่อน ๆ ซึ่งเพื่อนหลายคนอาจจะยังลังเลไม่รู้ว่าจะเลือกเครื่องซักผ้าเครื่องไหน หรือยี่ห้อไหนดี ชอบรีวิวจึงจัดวิธีการเลือกซื้อเครื่องซักผ้ามาฝาก มาดูกันค่ะ ว่าหากเพื่อนต้องการเลือกเครื่องเซักผ้าให้ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของตนเองต้องเลือกอะไรบ้าง

เครื่องซักผ้าฝาบน ยี่ห้อไหนดี

1. เครื่องซักผ้าฝาบน VS เครื่องซักผ้าฝาหน้า 

จุดแตกต่างอย่างแรกที่เพื่อน ๆ ต้องสังเกตเห็นอย่างแน่นอนสำหรับการเลือกซื้อเครื่องซักผ้าฝาบน หรือฝาหน้าดี แล้วก็ต้องสงสัยว่าทั้งสองรูปแบบนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร เดี๋ยวชอบรีวิวจะมาไขข้อสงสัยให้เพื่อน ๆ เองค่ะ 

1.1 เครื่องซักผ้าฝาบน 

ระบบการทำงานของเครื่องซักผ้าแบบฝาบนจะมีลักษณะการปั่นผ้าแบบหมุนด้วยใบพัดด้านล่างของถังซักผ้า โดยจะหมุนสลับกันไปมา ระหว่างด้านซ้ายและด้านขวา จึงทำให้คราบหนักที่สกปรกแบบฝังลึกซักออกยาก หรือใช้เวลาในการซักค่อนข้างนอน แต่สามารถซักได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากกว่าเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า อีกทั้งยังสามารถบรรจุผ้าทีละมาก ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม 

1.2 เครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า 

โดยเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้ามีประสิทธิภาพในการขจัดคราบสกปรกได้อย่างรวดเร็ว และค่อนข้างประหยัดน้ำ และประหยัดพลังงาน แต่จะใช้เวลาในการซักงานกว่าเครื่องซักผ้าแบบฝาบน โดยเวลาโดยประมาณครึ่งชั่วโมง จนถึงชั่วโมงกว่า ๆ อีกทั้งยังบรรจุผ้าได้ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับเครื่องซักผ้าแบบฝาบน นอกจากนี้ยังมีขนาดเครื่องค่อนข้างใหญ่จึงไม่มีกับที่พักอาศัยที่มีพื้นที่จำกัด 

2. เลือกจากความจุของเครื่องซักผ้า 

เมื่อเพื่อน ๆ สามารถแยกรูปแบบของเครื่องซักผ้าทั้ง 2 รูปแบบได้เรียบร้อยแล้ว ข้อควรพิจารณาต่อมาในการเลือกซื้อเครื่องซักผ้า คือการเลือกจากความจุของเครื่องซัก โดยเทียบกับจำนวนของผ้าที่ซักในแต่ละครั้ง ซึ่งหากเพื่อน ๆ อยู่คนเดียวอาจจะเลือกความจุของเครื่องซักผ้าน้อยลงมาหน่อย หรือหากอยู่กันเป็นครอบครัวก็สามารถเลือกเครื่องซักผ้าที่มีความจุมาก ๆ ได้ ทั้งนี้ต้องดูพื้นที่ภายในบ้านว่ามีพื้นที่ใช้สอยใหญ่พอที่จะวางเครื่องซักผ้าขนาดใหญ่ได้หรือไม่ 

เครื่องซักผ้าฝาบน ยี่ห้อไหนดีที่สุด น่าลงทุน

3. เลือกจากฟังก์ชันที่มากับเครื่องซักผ้า  

เราต้องยอมรับว่าในปัจจุบันเทคโนโลยีที่นำมาพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องซักผ้านั้นค่อนข้างที่จะล้ำสมัยเป็นอย่างมาก ดังนั้น การเลือกซื้อเราจำเป็นที่ต้องเปรียบเทียบฟังชันก์ของเครื่องซักผ้าที่เราต้องการจะซื้อ โดยเลือกจากจำนวนโปรแกรมการซักที่ติดตั้งมากับเครื่อง ระบบต่าง ๆ อย่างระบบล้างถังอัตโนมัติ เทคโนโลยีการซักที่ถนอมผ้า รวมถึงระบบแผงควบคุมหน้าจอที่มอบความสะดวกสบายในการใช้งานได้หรือไม่ ? โดยเฉพาะฟังก์ชันใหม่ ๆ ดังต่อไปนี้

  • นวัตกรรม Self-Cleaning Technology ซึ่งเป็นนวัตกรรมการล้างถังซักทุกครั้งที่ซักผ้า ที่มี Smart ball เม็ด จึงทำถังสะอาดทั้งด้านนอกและด้านใน นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันคราบตกค้างจากการซัก  พร้อมช่วยให้ผ้าของคุณหอมสะอาดมากยิ่งขึ้น  อีกทั้งยังทำให้อายุการใช้งานของถังซักยาวนานขึ้นอีกด้วย 
  • Smart Motion  ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้ถังซักหมุนได้ 3 ทิศทาง ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการซักและถนอมผ้าที่มากขึ้น 
  • โปรแกรมการทำความสะอาดแบบล้ำลึก Intensive Wash ช่วยให้ผ้าสกปรกสะอาดขึ้น พร้อมขจัดคราบฝังแน่นบนเสื้อผ้า พร้อมช่วยละลายฝงซักฟอกได้เร็วขึ้น จึงทำให้การซักผ้ามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 
  • ระบบ Intelligent Waterfall เป็นเทคโนโลยีการปล่อยน้ำจากด้านข้างแบบ 3 ทิศทาง จึงทำให้ผ้าที่ซักสะอาดขึ้นและไม่พันกัน 
  • ระบบ Auto Self Clean ช่วยทำความสะอาดถังซักได้แบบอัตโนมัติจึงช่วยยับยั้งแบคทีเรีย

4. เลือกจากวัสดุของตัวเครื่อง 

สำหรับวัสดุที่ใช้ผลิตเองก็มีความสำคัญไม่น้อยเลยค่ะทุกคน เพราะแต่ละวัสดุที่นำมาใช้นั้นมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน รวมถึงมีความคงทนที่แตกต่างกันด้วยเช่นกัน 

  • โพลิเมอร์: เป็นวัสดุที่มีน้ำหนักค่อนข้างเบา ๆ สามารถครีเอตออกแบบ และดีไซน์ตัวเครื่องได้หลากหลาย และมีสีสันให้เลือกมากมาย 
  • ไฟเบอร์: ไฟเบอร์หรือเรซินนั้นคุณสมบัติเด่น ๆ เลยคือมีความทนทานไม่ผุกร่อน อีกยังสามารถติดตั้งในพื้นที่ที่มีความชื้นได้โดยไม่เป็นสนิท 
  • สเตนเลส: สเตนเลสนอกจากจะทำให้รูปลักษณ์ของเครื่องซักผ้าดูสวยขึ้นแล้วยังค่อนข้างทนทาน ไม่ทำให้เกิดการอับชื้น ไม่เป็นสนิม และไม่ทำให้เกิดเชื้อราสะสมอีกด้วย 
  • เหล็กเคลือบกันสนิม: แน่นอนว่าคุณสมบัติเด่นของเหล็กคือความแข็งแรง ทนทาน และเมื่อเคลือบกันสนิมแล้ว จึงหมดกังวลว่าเครื่องซักผ้าจะเป็นสนิมไปได้เลยค่ะ 
เครื่องซักผ้าฝาบน ยี่ห้อไหนดีที่สุด ทนทาน

5. การรับประกันหลังการขาย 

การเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด รวมถึงเครื่องซักผ้าที่เพื่อนต้องการจะซื้อด้วย สิ่งสำคัญเลยคือการเช็กประกันหลังการขาย ว่าครอบคลุมอะไหล่ในส่วนไหนบ้าง มีเงื่อนไขในการรับประกันสินค้าอย่างไร รวมถึงมีการรับประกันทั้งหมดกี่ปี นอกจากนี้ เพื่อน ๆ อย่าลืมสอบถามการบริการหลังการขายว่ามีอะไรบ้าง เพื่อนำมาเป็นข้อมูลเพื่อตัดสินใจก่อนเลือกซื้อเครื่องซักผ้านั่นเองค่ะ 

บทสรุป เครื่องซักผ้าฝาบน ยี่ห้อไหนดีที่สุด

แน่นอนมาก ๆ ว่า เครื่องซักผ้าฝาบน ยี่ห้อไหนดีที่สุด ที่ชอบรีวิวเลือกให้เป็นที่หนึ่งในดวงใจคงไม่พ้นเครื่องซักผ้าจากแบรนด์ Haier ซีรีส์ Self-Cleaning รุ่น HM150-B1978S8 ซึ่งเป็นเครื่องซักผ้าฝาบนที่มาพร้อมเทคโนโลยีในการซักที่มีประสิทธิภาพสูง  

มาพร้อมกับความจุของถังซัก 15 กิโลกรัม มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่าง Self-Cleaning Technology หรือนวัตกรรมการล้างถังซักทุกครั้งที่ซักผ้า ไม่ต้องกังวลเครื่องคราบสกปรกของถังซักอีกต่อไป อีกทั้งยังมี : ABP Technology (Anti Bacteria Pulsator) ช่วยป้องกันแบคทีเรียได้มากถึง 99.99% แถมรูปทรงถังยังออกแบบมาให้เป็นรูปทรงหมอน Pllow Drum เพิ่มประสิทธิภาพในการซัก พร้อมถนอมเส้นใยผ้า

และด้วยระบบ Direct Drive Inverter จึงเป็นโหมดซักเงียบ พร้อมช่วยประหยัดพลังงาน มี  4D Magic Filter ที่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่องได้สูงมากขึ้นถึง 4 เท่า มาพร้อมแผงควบคุมด้านหลังที่ทำให้ใช้งานเครื่องซักผ้าเครื่องนี้ได้ง่ายขึ้น สุดท้ายคือ Safety Door ผ้าปิดนิรภัยที่มีความทนทานสูง ลดการกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม เทคโนโลยีจัดเต็มขนาดนี้ ในราคาที่เข้าถึงได้ ยังไงก็ต้องเลือกให้เป็นอันดับ 1 อย่างแน่นอนค่ะ 

Similar Posts