สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี

รีวิว 5 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ใช้งานสะดวก คุ้มค่ากับการลงทุน ฉบับปี 2021

อีกยานพาหนะที่ได้รับความนิยมสำหรับการเดินทางในระยะใกล้ ๆ เช่น การออกไปตลาดหน้าปากซอย การใช้งานภายในพื้นที่ส่วนตัวที่มีขนาดใหญ่ แบบไม่ต้องสินเปลืองน้ำมันในการขับขี่รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ หรือต้องเหนื่อยกับการปั่นจักรยาน การเดิน นั่นคือ “สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า” ซึ่งในบ้านเรายานพาหนะประเภทนี้เข้ามาทำตลาดกันนานมากแล้ว และสำหรับใครที่กำลังมองหาว่าจะซื้อรุ่นไหนดี เราจะขอรีวิว 5 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ใช้งานสะดวก เหมาะกับการลงทุน

หากใครมองว่า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า อาจจะเล็กไป อาจจะเลือกจักรยานพับได้ หรือจักรยานไฟฟ้า มาใช้งานก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี

  • สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Promark Original 
  • สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า JIESUQI 
  • สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Xiaomi Electric Scooter Pro / Essential Lite
  • สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า SEALUP Q8 XLP-Q8-36V400W
  • สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot Max 2020 Edition

สิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี

1. ขนาด น้ำหนัก และการพับเก็บ

เรื่องแรกที่ควรรู้เมื่อคิดซื้อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเอาไว้ใช้งานต้องมองเรื่องความสะดวก ได้แก่ ขนาด, น้ำหนัก และการพับเก็บ หากคุณต้องพกพาไปตามสถานที่ต่าง ๆ บ่อยครั้ง ควรเลือกขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา พับเก็บได้ แต่ถ้าเน้นใช้บรรทุกของเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น เวลาไปตลาดอาจเลือกที่มีขนาดใหญ่ มีพื้นที่วางของ เป็นต้น

2. ระยะเวลาการใช้งานต่อการชาร์จ

อย่างที่รู้ว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าต้องใช้พลังงานไฟฟ้าที่ถูกเก็บเอาไว้ตรงแบตเตอรี่เพื่อให้รถสามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้า จึงต้องรู้ว่าในการชาร์จ 1 ครั้ง จะใช้งานได้ราวกี่ชั่วโมง กี่นาที หรือขับได้กี่กิโลเมตร เพื่อเวลาใช้งานจริงจะได้วางแผนอย่างถูกต้อง หมดกังวลแบตเตอรี่หมดกลางทาง

3. เรื่องของยางกับล้อ

อย่ามองข้ามเรื่องยางกับล้อสกู๊ตเตอร์เป็นอันขาดก่อนเลือกซื้อ เพราะมีผลต่อเรื่องความเร็วและความปลอดภัย แนะนำว่าควรเลือกซื้อคันที่มีล้อขนาดกลาง ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป เพื่อการทำความเร็วที่เหมาะสม ไม่เปลืองแบตเตอรี่ แต่ก็ไม่เสี่ยงต่อการสะดุดหินหรือเนินจนล้ม

4. เรื่องของไฟส่องสว่าง

เรื่องสุดท้ายอย่าลืมสังเกตไฟส่องสว่างทั้งไฟหน้าและไฟหลัง ยิ่งถ้าใครต้องขับขี่ตอนกลางคืนบ่อย ๆ ยังไงก็ต้องเลือกรุ่นที่มีติดไว้เลย ป้องกันอุบัติเหตุจากการขับขี่ที่อาจเกิดขึ้นได้

วิธีดูแลรักษาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

1. หมั่นเช็คระบบและอะไหล่บ่อย ๆ 

พยายามตรวจสอบระบบการทำงานของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบ่อย ๆ เช่น กำลังไฟฟ้าต่อการชาร์จ, ความสึกของล้อ ความแข็งแรงของเบาะ ฯลฯ แนะนำว่าควรทำก่อนใช้งานทุกครั้ง

2. ทำความสะอาดเป็นประจำ

อย่าลืมทำความสะอาดสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าของคุณเป็นประจำเพื่อให้ยังคงดูใหม่ น่าใช้งาน คุ้มค่ากับการลงทุนที่ซื้อด้วยราคาไม่ใช่เล่น ๆ

3. สังเกตความผิดปกติระหว่างใช้งาน

ในการใช้งานทุกครั้งหากรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เช่น ตอนสะดุดลูกระนาบแล้วล้อนิ่ม หรือมือจับหักเลี้ยวได้ไม่ตรง ต้องรีบเช็คความผิดปกติแล้วซ่อมทันที อย่าปล่อยไว้เด็ดขาด

รีวิว 5 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี น่าลงทุนซื้อใช้งาน

เมื่อรู้วิธีเลือกซื้อและการดูแลรักษาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ากันไปแล้ว คราวนี้จะขอรีวิว 5 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ที่ตอบโจทย์ในด้านการใช้งาน แต่ละยี่ห้อที่แนะนำจะช่วยให้คุณซื้อใช้แล้วได้ของที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับราคา ใช้งานสบายใจ แต่ทั้งนี้ทุกครั้งที่ขับขี่ต้องไม่ประมาท และใช้งานเฉพาะกับเส้นทางหรือพื้นที่ที่มีความเหมาะสมเท่านั้น

1. สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Promark Original 

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Promark

เริ่มต้นกันด้วยสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่เน้นความแข็งแรงพร้อมความสะดวกด้วยเป็นแบบพับเก็บและล็อกล้อได้ สกู๊ตเตอร์แบบขาไถที่พร้อมพาคุณไปยังทุกที่ตามต้องการ ต้องการความเร็วแค่ไหนใช้เท้าดันไปด้านหลังได้เลย

เหมาะกับคนน้ำหนักไม่เกิน 100 กิโลกรัม ล้อทำจาก PU ขนาด 20 ซม. หนา 3.5 ซม. การออกแบบคลาสสิกเรียบ ๆ สบายตา ใช้การเบรกมือด้านหน้ามือจับ ปรับความสูงได้ถึง 104 ซม. 

ใครที่เน้นการออกกำลังกายไปพร้อม ๆ กับการใช้งานสกู๊ตเตอร์แบบไม่ต้องสิ้นเปลืองพลังงานแบตเตอรี่ รุ่นนี้นับว่าตอบโจทย์อย่างมาก ยิ่งระยะทางใกล้ ๆ ไม่ต้องเดินเองให้เมื่อยเลย

จุดเด่น
  • ล้อทำจาก PU แข็งแรง ขนาดใหญ่ หนา
  • รองรับน้ำหนักได้เยอะเมื่อเทียบกับขนาดตัวรถ
  • สามารถพับเก็บและล็อกล้อได้ พกพาสะดวก ปลอดภัย
  • ปรับความสูงได้ถึง 104 ซม.
  • ไม่ต้องเปลืองไฟในการชาร์จแบตเตอรี่
จุดควรพิจารณา
  • เป็นสกูตเตอร์แบบใช้ขาไถ ไม่เหมาะกับระยะทางไกล
  • การออกแบบธรรมดา ไม่มีลูกเล่นแปลกตา
  • การประกอบและตั้งค่ามีความยุ่งยากเล็กน้อย

2. สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า JIESUQI 

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า JIESUQI

ต่อกันที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานเพียงแค่ 350 วัตต์ ก็สามารถขับเคลื่อนออโต้ไปได้ทุกที่ พับเก็บได้ รองรับน้ำหนักสูงสุด 120 กิโลกรัม ใช้เวลาการชาร์จราว 6-8 ชม. เมื่อแบตเตอรี่เต็มขับขี่ได้ยาวนาน 25-30 กม. มีไฟส่องสว่าง LED สำหรับใช้ในเวลากลางคืน

เพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น น้ำหนัก 14.6 กิโลกรัม พิเศษด้วยระบบรีโมทล็อกรถป้องกันการโดนขโมย จอดไว้ไกลสายตาก็ไม่ต้องกลัวหายใครที่ชอบใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแบบสบาย ๆ รองรับน้ำหนักได้เยอะ ชาร์จไฟต่อครั้งใช้งานกับพื้นที่ไม่ไกลมาก รุ่นนี้ถือว่าเหมาะสมและน่าซื้อใช้งาน ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้ชีวิตมากกว่าเดิม

จุดเด่น
  • รองรับน้ำหนักได้เยอะถึง 120 กก.
  • ชาร์จไฟ 1 ครั้ง ขับได้ไกล 25-30 กม.
  • มีไฟ LED ส่องสว่าง เพิ่มความปลอดภัยตอนกลางคืน
  • มีระบบรีโมทล็อกรถป้องกันขโมย
  • ใช้ความเร็วได้สูงสุด 35 กม. / ชม.
จุดควรพิจารณา
  • รถมีน้ำหนักเยอะมาก ไม่เหมาะกับการพกพา
  • ใช้เวลาในการชาร์จนาน 6-8 ชม. / ครั้ง
  • โครงสร้างมีส่วนประกอบของเหล็ก ต้องระวังเรื่องสนิม

3. สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Xiaomi Electric Scooter Pro / Essential Lite

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Xiaomi

มาถึงสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพับเก็บได้ยี่ห้อดังส่งตรงจากจีน ตัวรถทำจากอัลลอยแบบเดียวกับเครื่องบิน ยางแบบเติมลมขนาด 8.5 นิ้ว ความเร็วสูงสุด 25 กม. / ชม. ความจุแบตเตอรี่ 12800 mAh ชาร์จนาน 8-9 ชม. ขับขี่ได้ไกลสุด 45 กม.

พิเศษกับระบบ Cruise Control คุมความเร็วออโต้ ไม่ต้องบิดคันเร่งค้างนาน เชื่อมต่อบลูทูธ แอปต่าง ๆ ได้ มีไฟหน้า จอ LED และระบบจัดการแบตเตอรี่อัจฉริยะ เพิ่มความปลอดภัย

ใครกำลังมองหาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคุณภาพดี ใช้งานคุ้มค่า ขนาดกำลังเหมาะสม พับเก็บได้ ต้องไม่พลาดกับยี่ห้อนี้เลย คุณภาพที่ไว้วางใจได้จริง ใช้งานพื้นที่ไหนก็ปลอดภัย ไร้กังวล

จุดเด่น
  • ดุทำจากอัลลอยเกรดเดียวกับเครื่องบิน
  • ยางขนาดใหญ่ถึง 8.5 นิ้ว ปลอดภัย ไม่มีล้ม
  • ขับขี่ได้ไกลสูงสุดถึง 45 กม.
  • ระบบ Cruise Control ขับเคลื่อนแบบออโต้ ไม่ต้องบิดคันเร่งค้าง
  • เชื่อมต่อบลูทูธและแอปต่าง ๆ ได้ตามสะดวก
จุดควรพิจารณา
  • รถมีน้ำหนักเยอะถึง 14.2 กก.
  • ใช้เวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ต่อครั้งนานมาก
  • ทำความเร็วได้เพียง 25 กม. / ชม.

4. สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า SEALUP Q8 XLP-Q8-36V400W

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า SEALUP

ไปกันต่อกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ให้อารมณ์น้อง ๆ รถมอเตอร์ไซค์ก็ไม่ปาน ขับเคลื่อนเดินหน้า-ถอยหลังเอง พับเก็บได้ ระบบควบคุมระยะไกลป้องกันการโดนขโมย ยางสุญญากาศ  11 นิ้ว ทำความเร็ว 45 กม. / ชม. หน้าจอบอกกำลังแบตเตอรี่ ไฟหน้า LED ไฟเบรกด้านหลัง

เบาะขนาดใหญ่ นั่งสบาย มีสปริงป้องกันการกระแทก ตัวรถทำจากอัลลอยคุณภาพสูง รับน้ำหนักได้สูงสุด 200 กก. มอเตอร์ขนาด 400 วัตต์ จากจินหยู่ซิง ขับขี่ได้ไกลสูงสุด 30 – 150 กม.  

ใครชอบใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแนวอึด ถึก ทน ขับขี่ได้ไกล ต้องไม่พลาดยี่ห้อนี้เลย มีฟังก์ชันพิเศษให้แบบครบครัน เทียบเคียงน้อง ๆ มอเตอร์ไซค์ได้สบายมากแม้ความเร็วจะต่างกันสักหน่อย

จุดเด่น
  • ระบบควบคุมระยะไกลป้องกันการโดนขโมย
  • ทำความเร็วได้ถึง 45 กม. / ชม.
  • หน้าจอบอกกำลังแบตเตอรี่
  • มีเบานั่ง รับน้ำหนักได้ 200 กก.
  • ขับขี่ได้ไกลสูงสุดถึง 150 กม. 
จุดควรพิจารณา
  • รถขนาดใหญ่มาก แม้พับเก็บได้ก็ไม่สะดวกต่อการพกพา
  • ยางขนาดใหญ่ มีผลต่อการใช้งานแบตเตอรี่
  • ขับขี่ระยะทางจริงต้องคอยสังเกตกำลังแบตเตอรี่

5. สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot Max 2020 Edition

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot

ปิดท้ายกันที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่วิ่งได้ระยะทางไกลถึง 65 กม. กำลังมอเตอร์ 800 วัตต์ พร้อม 3 โหมดขับขี่ ได้แก่ โหมด Eco, Standard, Sport รับน้ำหนักได้สูงสุด 100 กก. ตัวรถหนัก 18 กก. กันน้ำระดับ IPX5 ล้อแบบลมยางขนาด 10 นิ้ว หน้าจอ LCD ระบุปริมาณแบตเตอรี่

สถานะเครื่องยนต์ เชื่อมต่อกับแอป Segway เพื่อความสะดวกในการขับขี่ และระบบ Regenerative Braking ปั่นไฟกลับคืนเมื่อรถเบรก ช่วยเซฟพลังงานได้เยอะ

นี่คืออีกรุ่นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่เหมาะกับการใช้งานในระยะทางไกล ๆ ด้วยกำลังไฟที่สูง ขับขี่ได้ยาวนาน และปรับโหมดได้ตามสะดวก ช่วยให้ทุกเส้นทางของคุณไม่ต้องกังวลใจ ใช้งานคุ้มค่า

จุดเด่น
  • กำลังมอเตอร์ 800 วัตต์ ขับขี่ได้ไกลถึง 65 กม.
  • ปรับโหมดขับขี่ได้ 3 ระดับ
  • หน้าจอ LCD ระบุข้อมูลต่าง ๆ ของรถ
  • กันน้ำระดับ IPX5
  • โหมด Regenerative Braking ปั่นไฟกลับเมื่อเบรก
จุดควรพิจารณา
  • น้ำหนักรถเยอะมากถึง 18 กก.
  • ยางล้อแบบลมยางระวังยางรั่ว ยางแตก
  • รับน้ำหนักได้เพียง 100 กก. เมื่อเทียบกับขนาดรถ

สรุปรีวิว สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี คุ้มต่อการลงทุน

หลังจากได้ทำการรีวิวมาทั้ง 5 รุ่นแล้วขอยกให้กับ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Xiaomi Electric Scooter Pro / Essential Lite ด้วยพื้นฐานการใช้งานของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไม่ได้เน้นเรื่องระยะทางมากนัก พอเทียบกับฟังก์ชันต่าง ๆ ทั้งระบบ Cruise Control, วัสดุอัลลอยอย่างดี, หน้าจอ LED, ปรับได้สูงสุด 200 ซม.

การรองรับน้ำหนัก 100 กก. กับขนาดรถที่กำลังพอเหมาะ จึงตอบโจทย์ในการซื้อหาติดบ้านไว้ใช้งาน คุ้มค่ากับราคาที่ลงทุนไปอย่างแน่นอน เมื่อบวกกับชื่อยี่ห้อที่ทุกคนคุ้นเคยจึงไม่ต้องกังวลเลย

 

Similar Posts